Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61935)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์เห็นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนดอกเบี้ยที่ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 80,000 บาทนั้นยังผิดพลาดเล็กน้อย ที่ถูกต้องคิดดอกเบี้ยจากต้นเงิน 88,000 บาท โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่ผิดพลาดดังกล่าว ฉบับลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์2527 ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน และศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับในส่วนดอกเบี้ย โดยให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำบังคับดังกล่าวจึงผิดพลาดเล็กน้อย จึงขอศาลฎีกาได้โปรดแก้ไขคำพิพากษาเฉพาะในส่วนดอกเบี้ยเป็นให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 88,000 บาทและขอให้ออกคำบังคับใหม่ตามคำพิพากษาที่แก้ไขใหม่ด้วยหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงิน 88,825 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 88,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 88,623.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 80,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยขอให้แก้ไขในส่วนดอกเบี้ยเป็นว่าให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 88,000 บาท ศาลชั้นต้นสั่งว่าได้ตรวจสำนวนดูแล้วมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในคำพิพากษาจริงตามคำร้อง จึงให้เสนอศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 81)ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนศาลชั้นต้นออกคำบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยบังคับให้จำเลยชำระเงิน 88,623.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 80,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ (อันดับ 116)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นข้อนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้แก้ไขให้ตามคำร้องโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด แต่กลับแก้ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ โจทก์จะมาขอแก้ไขอีกหาได้ไม่ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1684/2531นางสวิง โฉมบุตร กับพวกโจทก์บริษัท ไทยประสิทธิประกันภัย จำกัดจำเลยนายสมชาย อุดมศรีสำราญ ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 143, ม. 147, ม. 249ความว่า โจทก์เห็นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนดอกเบี้ยที่ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 80,000 บาทนั้นยังผิดพลาดเล็กน้อย ที่ถูกต้องคิดดอกเบี้ยจากต้นเงิน 88,000 บาท โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่ผิดพลาดดังกล่าว ฉบับลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์2527 ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน และศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับในส่วนดอกเบี้ย โดยให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 80,000 บาท

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำบังคับดังกล่าวจึงผิดพลาดเล็กน้อย จึงขอศาลฎีกาได้โปรดแก้ไขคำพิพากษาเฉพาะในส่วนดอกเบี้ยเป็นให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 88,000 บาทและขอให้ออกคำบังคับใหม่ตามคำพิพากษาที่แก้ไขใหม่ด้วยหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงิน 88,825 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 88,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 88,623.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 80,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยขอให้แก้ไขในส่วนดอกเบี้ยเป็นว่าให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 88,000 บาท

ศาลชั้นต้นสั่งว่าได้ตรวจสำนวนดูแล้วมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในคำพิพากษาจริงตามคำร้อง จึงให้เสนอศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 81)ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนศาลชั้นต้นออกคำบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยบังคับให้จำเลยชำระเงิน 88,623.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 80,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ (อันดับ 116)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นข้อนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้แก้ไขให้ตามคำร้องโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด แต่กลับแก้ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ โจทก์จะมาขอแก้ไขอีกหาได้ไม่ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5025/2557

การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 215 ประกอบมาตรา 158 (7) การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2541

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่ยุยงพนักงานโจทก์ให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 1,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการจำหน่ายยา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5644/2540

คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายจำนวน31,500 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ดังนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์โจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงไม่เกิน 50,000 บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7940/2540

ล.บิดาของโจทก์ทั้งสาม และ ด.เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิม ต่อมา ล.ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 และ ด. แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และ ด.ได้ที่ดินพิพาทเป็นอัตราส่วนเพียงใด ต้องถือว่าโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4721/2539

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พินัยกรรมพิพาทเป็นพินัยกรรมปลอม แต่พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าการที่จำเลยที่ 2 ใช้พินัยกรรมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการจดทะเบียนโอนที่ดินแทนจำเลยที่ 1 นั้น จำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้