คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ ได้โอนขายที่ดินโฉนดที่ ๕๗๖๕ ให้โจทก์ หลังจากนั้นจำเลยทั้งสามกับพวกได้ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจกท์โดยเอารถแทร็กเตอร์ไถปาดหน้าดินในที่ดินดังกล่าว ไปถมเป็นถนนเข้าวัดจำเลยที่ ๒ โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันทำที่ดินให้คืนสภาพเดิม ถ้าไม่ปฏิบัติ ให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๑๖,๐๐๐ บาท และค่าขาดค่าเช่า ๒,๕๐๐ บาท
จำเลยทั้งสามให้การว่า การทำถนนผ่านที่พิพาทได้ทำก่อนจำเลยที่ ๓ ขายที่พิพาทให้โจทก์ เมื่อขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว ได้ทำถนนเข้าวัดต่อจากที่ทำไว้เดิมโดยคนขับรถแทร็กเตอร์ได้ปากเอาหน้าดินของโจทก์ไปแต่งถนน โดยจำเลยทั้งสามไม่ทราบเรื่อง ค่าเสียหายถ้ามีก็ประมาณ ๕๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การใช้รถแทร็กเตอร์ปาดหน้าดินในที่ดินของโจทก์ เป็นเรื่องของกรรมการวัด จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มิได้รู้เห็นด้วย วัดจำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคล การกระทำของจำเลยที่ ๑ ไม่อยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๒ พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จ้างรถแทร็กเตอร์มาไถหน้าดินทำถนนขณะที่พิพาทเป็นของโจทก์แล้ว โดยโจทก์ไม่ได้ยินยอม เป็นการละเมิดต่อโจทก์ แต่ไม่ใช่เป็นการทำแทนจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด ส่วนจำเลยที่ ๓ มิได้เกี่ยวข้องรู้เห็นด้วย พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รับผิด ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๕๐๐ บาท สำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยจำเลยที่ ๑ มิได้ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ดำเนินการให้รถแทร็กเตอร์ปาดหน้าดินไปซ่อมแซมถนนโดยโจทก์มิได้ยินยอม เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ แต่ถนนที่จำเลยที่ ๑ ดำเนินการซ่อมแซมเป็นถนนสาธารณะ มิใช่สมบัติของวัด ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ทำในฐานะเป็นผู้แทนของจำเลยที่ ๒ เพราะตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๗ (๑) บัญญัติให้เจ้าอาวาสมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดบำรุงรักษาวัด จัดกิจการของวัด และจัดศาสนาสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงอยู่นอกหน้าที่ของเจ้าอาวาส ไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด แม้จำเลยที่ ๒ มิได้ให้การต่อสู้ไว้ จำเลยที่ ๒ ก็เป็นวัดในพระพุทธศาสนา จะให้ร่วมรับผิดโดยไม่มีความผิด ย่อมฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) สำหรับจำเลยที่ ๓ มิได้เกี่ยวข้องในการกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน