Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6202/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อเดือนมกราคม 2548 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2548 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน ระหว่างวันใดไม่ปรากฏชัด จำเลยผลิตด้วยวิธีการผสมและแบ่งบรรจุวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ของกลาง จากนั้นจำเลยได้ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ดังกล่าวซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ปลอม เพื่อนำออกจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำขอท้ายฟ้องระบุกฎหมายที่จำเลยกระทำความผิดและบทมาตราที่ขอให้ลงโทษในความผิดดังกล่าว คำฟ้องของโจทก์ได้ระบุการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 5, 7, 18, 23, 45 (1), 73, 75 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 12, 57 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 272 (1) ริบวัตถุอันตราย อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ปุ๋ยเคมี และสลากของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาผลิตเพื่อการค้าซึ่งปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง, 73 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 57 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 30,000 บาท ฐานผลิตเพื่อการค้าซึ่งปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 25,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานผลิตเพื่อการค้าซึ่งปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง, 45 (1), 73, 75 (ที่ถูก 75 วรรคหนึ่ง) พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 57 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ปลอมไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานเอาชื่อในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้หรือทำให้ปรากฏที่หีบห่อสินค้าของตนเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของผู้อื่น

จำคุก 6 เดือน ฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี 4 เดือน ไม่ปรับ และไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ได้ระบุการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วย พอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับความผิดฐานมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ปลอมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหาเคลือบคลุมไม่ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมโดยผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตหลายรายการในปริมาณมาก และมีปุ๋ยเคมีไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต

รวมทั้งเอาชื่อในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้าหีบห่อของตนเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของผู้อื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกรทั่วไป ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรและอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อมได้ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยจะไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง สำหรับความผิดฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งปุ๋ยเคมี ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดด้วยการมีปุ๋ยเคมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้านั้น แม้ปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 มาตรา 7 ยกเลิกความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยตัดคำว่า "มีไว้เพื่อขาย" ออก แต่พระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 มาตรา 3 ได้ยกเลิกความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยบัญญัติเพิ่มเติมนิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย กรณีไม่อาจถือว่ากฎหมายใหม่ยกเลิกการกระทำความผิดดังกล่าวของจำเลย นอกจากนี้แม้พระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2)

พ.ศ.2550 มาตรา 36 ได้ยกเลิกความในมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 อีกด้วย และให้ใช้ความใหม่แทน โดยโทษปรับสูงกว่ากฎหมายเก่า กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย ไม่เป็นกรณีที่จะต้องแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในส่วนนี้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันวะสา บัวทอง · เกษม วีรวงศ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมพร สมุทรคุณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุทธิโชค เทพไตรรัตน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
สว.(อ)116/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1520/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1746/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกสิ่งแวดล้อม
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6187/2567

โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ไว้ชัดเจนแล้วว่า ก่อนคดีนี้ จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แล้วกลับมากระทำความผิดในคดีนี้ซึ่งเป็นความผิดที่ได้จำแนกไว้ในอนุมาตราเดียวกันตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2567

แม้การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะใช้ระบบไต่สวน ซึ่งศาลมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงได้เอง แต่กรณียังคงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ที่นำมาใช้บังคั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้