Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 62184)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยทั้งหกเห็นว่า องค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210 นั้น จะต้องปรากฏว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่5 คนขึ้นไป แต่คดีนี้ขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่ามีผู้ร่วมหรือสมคบกันกระทำผิดจำนวนเท่าไร ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ใช่ปัญหาข้อเท็จจริง และเมื่อโจทก์สืบไม่สมฟ้องว่าขณะเกิดเหตุมีผู้กระทำผิดร่วมกันหรือสมคบกันเป็นจำนวนตั้งแต่5 คนขึ้นไป การลงโทษจำเลยทั้งหกจึงยังไม่ชอบด้วยกฎหมายปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210 จำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 88)จำเลยทั้งหกจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยสมคบกันมีจำนวนคนเท่าใดเพื่อกระทำความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์บุคคลอื่น การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2185/2531พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นโจทก์นายบุญมา ฆ้องแสนคำ กับพวกจำเลยนายบุญมา ฆ้อนแสนคำ กับพวกรวม 6 คน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยทั้งหกเห็นว่า องค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210 นั้น จะต้องปรากฏว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่5 คนขึ้นไป แต่คดีนี้ขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่ามีผู้ร่วมหรือสมคบกันกระทำผิดจำนวนเท่าไร ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ใช่ปัญหาข้อเท็จจริง และเมื่อโจทก์สืบไม่สมฟ้องว่าขณะเกิดเหตุมีผู้กระทำผิดร่วมกันหรือสมคบกันเป็นจำนวนตั้งแต่5 คนขึ้นไป การลงโทษจำเลยทั้งหกจึงยังไม่ชอบด้วยกฎหมายปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ

ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210 จำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 88)จำเลยทั้งหกจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยสมคบกันมีจำนวนคนเท่าใดเพื่อกระทำความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์บุคคลอื่น การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้