คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2188/2531พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายโจทก์นายเกษม โพธิ์ชัยจำเลยนายเกษม โพธิ์ชัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 216, ม. 217, ม. 224 ป.วิ.พ. ม. 23ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 พ้นกำหนด1 เดือนแล้ว และศาลไม่อนุญาตให้ขยายกำหนดเวลายื่นฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยมิได้จงใจที่จะให้ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แต่ประการใด เหตุที่จำเลยไม่สามารถยื่นฎีกาได้พ้นกำหนดก็เนื่องจากทนายจำเลยไม่ทราบวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะโจทก์และตัวจำเลยเองเท่านั้นที่ทราบ และขณะที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น จำเลยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง การติดต่อระหว่างจำเลยกับทนายจำเลยหรือญาติพี่น้องไม่สามารถกระทำโดยรวดเร็วได้ อีกทั้งตัวจำเลยก็เข้าใจว่าทนายจำเลยคงจะได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว และคงจะยื่นฎีกาให้จำเลยดังที่ใบแต่งทนายได้ระบุไว้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ
โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 100)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,289,83 ลงโทษประหารชีวิต และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 199,83 ลงโทษจำคุก 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52คงจำคุกกระทงแรกตลอดชีวิต และจำคุกกระทงหลัง2 เดือน เรียงกระทง ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขใหม่ รวมจำคุกตลอดชีวิตศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จำคุก 20 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 13 ปี 4 เดือนเมื่อรวมโทษฐานฝังและซ่อนเร้นศพที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นจำคุก 13 ปี6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 93)
จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องและไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 99,98)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100)คำสั่งจำเลยมีคำขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาขึ้นมาเมื่อพ้นระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว โดยอ้างว่าจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1พฤศจิกายน 2531 แล้วไม่ได้ติดต่อมายังทนายจำเลย ทำให้ทนายจำเลยไม่ทราบจึงไม่ได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเหตุที่อ้างดังกล่าวมิใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาและสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง