Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 62195)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า คดีของโจทก์มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา แต่คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของโจทก์ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นฎีกามาวางศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งโจทก์เห็นว่า นอกจากภาษีที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 ประเมินตามที่พิพาทกันในคดีนี้แล้วโจทก์ยังถูกจำเลยที่ 1 ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้สำหรับปี พ.ศ. 2526 และ 2527 อีกเป็นเงิน 3.7 ล้านบาทเศษและ 14 ล้านบาทเศษ ตามลำดับ และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2528กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งยกเลิกสำนักงานโจทก์ไปแล้ว ชนะสำนักงานโจทก์ถูกยกเลิก โจทก์มีทรัพย์สินอยู่ 2 ประเภท คือเงินที่อยู่ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ซึ่งถูกกรมสรรพากรจำเลยที่ 1 ยึดไว้ทั้งหมด กับทรัพย์สินที่เป็นครุภัณฑ์และเครื่องใช้ในสำนักงานของโจทก์ซึ่งได้ถูกโอนไปให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล พ.ศ. 2527 โจทก์จึงไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เหลืออยู่เลย อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหากโจทก์ชนะคดีในที่สุดเงินฝากของโจทก์ที่ถูกจำเลยที่ 1 ยึดไว้ย่อมตกเป็นของกองทุนอ้อยและน้ำตาล จึงถือได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของโจทก์นั้น โจทก์เห็นว่าโจทก์และกองทุนอ้อยและน้ำตาลนั้นเป็นคนละหน่วยงานไม่เกี่ยวข้องกัน แม้ว่าเงินดังกล่าวจะตกเป็นของกองทุนอ้อยและน้ำตาลก็ไม่เกี่ยวกับโจทก์แต่อย่างใดอีกทั้งเงินจะตกเป็นของผู้ใดก็เป็นเรื่องของอนาคต สมควรที่จะพิจารณาเพียงว่าขณะนี้โจทก์มีทรัพย์สินหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่มีทรัพย์สินใดโจทก์ย่อมตกเป็นคนยากจนอนาถา สมควรได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีในชั้นฎีกาอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 130)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 97,96,127)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามทางไต่สวนได้ความตรงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ยังมีความสามารถที่จะหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นฎีกาก็ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกามาชำระภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2201/2531สำนักงานกลางจัดจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลยสำนักงานกลางจัดจำหน่ายน้ำตาลทรายขาว โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า คดีของโจทก์มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา แต่คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของโจทก์ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นฎีกามาวางศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งโจทก์เห็นว่า นอกจากภาษีที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 ประเมินตามที่พิพาทกันในคดีนี้แล้วโจทก์ยังถูกจำเลยที่ 1 ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้สำหรับปี พ.ศ. 2526 และ 2527 อีกเป็นเงิน 3.7 ล้านบาทเศษและ 14 ล้านบาทเศษ ตามลำดับ และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2528กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งยกเลิกสำนักงานโจทก์ไปแล้ว

ชนะสำนักงานโจทก์ถูกยกเลิก โจทก์มีทรัพย์สินอยู่ 2 ประเภท คือเงินที่อยู่ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ซึ่งถูกกรมสรรพากรจำเลยที่ 1 ยึดไว้ทั้งหมด กับทรัพย์สินที่เป็นครุภัณฑ์และเครื่องใช้ในสำนักงานของโจทก์ซึ่งได้ถูกโอนไปให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล พ.ศ. 2527 โจทก์จึงไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เหลืออยู่เลย

อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหากโจทก์ชนะคดีในที่สุดเงินฝากของโจทก์ที่ถูกจำเลยที่ 1 ยึดไว้ย่อมตกเป็นของกองทุนอ้อยและน้ำตาล จึงถือได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของโจทก์นั้น โจทก์เห็นว่าโจทก์และกองทุนอ้อยและน้ำตาลนั้นเป็นคนละหน่วยงานไม่เกี่ยวข้องกัน แม้ว่าเงินดังกล่าวจะตกเป็นของกองทุนอ้อยและน้ำตาลก็ไม่เกี่ยวกับโจทก์แต่อย่างใดอีกทั้งเงินจะตกเป็นของผู้ใดก็เป็นเรื่องของอนาคต สมควรที่จะพิจารณาเพียงว่าขณะนี้โจทก์มีทรัพย์สินหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่มีทรัพย์สินใดโจทก์ย่อมตกเป็นคนยากจนอนาถา สมควรได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีในชั้นฎีกาอย่างคนอนาถาด้วยหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 130)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา

พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 97,96,127)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามทางไต่สวนได้ความตรงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ยังมีความสามารถที่จะหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นฎีกาก็ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกามาชำระภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้