Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 622051)

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จำเลยที่ ๒ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการแต่งตั้งสรรหา กำกับ และควบคุมดูแลการทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดและคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งในการพิจารณาทบทวนค่าเสียหายที่เรียกจากโจทก์ จำเลยที่ ๓ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำเลยที่ ๔ ในฐานะรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด จำเลยที่ ๕ ในฐานะอธิบดีกรมบัญชีกลาง จำเลยที่ ๖ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และจำเลยที่ ๗ ในฐานะปลัดกระทรวงการคลัง โดยอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยทั้งเจ็ด

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียงและสุขภาพอนามัย ชื่อเสียง วงศ์ตระกูล ถูกดูหมิ่นเกลียดชังว่าโจทก์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหาย กับให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันหรือแทนกันลงโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวัน เห็นว่า คำฟ้องในส่วนที่บรรยายถึงการกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ว่าจงใจกลั่นแกล้งโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง และขาดความเชื่อมั่นต่อทางทำมาหาได้ของโจทก์ เหตุละเมิดตามฟ้องโจทก์ในส่วนนี้มิใช่การกระทำละเมิดที่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แต่เป็นการบรรยายฟ้องที่มีลักษณะเป็นการกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ มาตรา ๔๒๑ มาตรา ๔๒๒ และมาตรา ๔๒๓ จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ

คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ทั้งการที่โจทก์มีคำขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยร่วมกันหรือแทนกันลงโฆษณาคำพิพากษาของศาลเพื่อให้ชื่อเสียงของโจทก์กลับคืนมาในหนังสือพิมพ์รายวัน ก็เป็นคำขอที่ศาลปกครองไม่อาจกำหนดคำบังคับได้ตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในส่วนนี้จึงเป็นข้อพิพาททางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม สำหรับคำฟ้องในส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า

จำเลยทั้งเจ็ดจงใจกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ และกระทำการโดยฝ่าฝืนต่อขั้นตอนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้โจทก์รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีโครงการรับจำนำข้าวให้แก่กระทรวงการคลัง ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ เมื่อลักษณะฟ้องของโจทก์ส่วนนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ทั้งโจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังดังกล่าวแล้ว ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งเจ็ดในส่วนนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้