Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6226/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทางพิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้นเป็นทางที่ใช้สัญจรอยู่ในโครงการหมู่บ้านและที่ดินจัดสรรของจำเลยทั้งสอง ไม่ว่ารถยนต์จะสามารถใช้ทางพิพาทเป็นทางเข้าออกได้หรือไม่ก็ตาม บทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1390 ห้ามมิให้เจ้าของภารยทรัพย์ประกอบกรรมใดๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวก การที่จำเลยทั้งสองทำการปลูกสร้างหรือก่อสร้างแผงร้านค้าลงในที่ดินย่อมเป็นการกีดขวางการใช้ประโยชน์ในทางภาระจำยอมดังกล่าวอันจะเป็นเหตุทำให้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์และผู้ซื้อที่ดินและบ้านจัดสรรซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ในโครงการของจำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและแผงร้านค้าที่ปลูกสร้างปิดกั้นทางภาระจำยอมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาสั่งให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนเองโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และห้ามจำเลยทั้งสองกับบริวารเกี่ยวข้องในทางภาระจำยอมอีกกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขาดประโยชน์อัตราเดือนละ 27,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากทางภาระจำยอม

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสิ่งกีดขวางอื่นใดที่อยู่บนทางภาระจำยอม ภายในพื้นที่ระบายสีแดงตามรูปแผนที่สังเขปแสดงแนวเขตของทางพิพาทออกไปทั้งสิ้น และจัดทำทางพิพาทให้กลับคืนสู่สภาพเดิม กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 3,000 บาท และค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,400 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 20491 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้จดทะเบียนให้ตกอยู่ในบังคับภาระจำยอมเรื่องทางเดินของที่ดินในโครงการหมู่บ้านอ่าวนางอาเขต ตามสำเนาโฉนดที่ดิน โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 21627 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ดินแปลงหนึ่งที่จำเลยที่ 1 จัดสรรขาย ทางพิพาทมีด้านหน้ากว้าง 3.50 เมตร ด้านหลังกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นที่ดินทางภาระจำยอมอยู่ตรงข้ามทางเข้าบ้านโจทก์ซึ่งเป็นทางเข้าออกที่ดินจัดสรรสู่ทางสาธารณะตามที่ระบายสีแดงในสำเนาโฉนดที่ดิน และปรากฏในจุดหมายเลข 1 ตามแผนผังที่ดินจัดสรร

ต่อมาเมื่อปี 2541 จำเลยทั้งสองได้สร้างแผงร้านค้าโครงเหล็กกว้าง 1.50 เมตร 5 คูหา ในที่ดินซึ่งเป็นทางภาระจำยอม คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิที่จะสร้างแผงร้านค้าในที่ดินอันเป็นทางภาระจำยอมหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่าสภาพของที่ดินภาระจำยอมใช้เป็นเพียงทางเดินเท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้เพราะมีขั้นบันไดลงไปสู่ถนนสาธารณะ การที่จำเลยทั้งสองสร้างแผงร้านค้าโดยเว้นทางเท้าไว้ถึง 2.50 เมตร จึงเป็นการทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า ทางพิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้นเป็นทางที่ใช้สัญจรอยู่ในโครงการหมู่บ้านและที่ดินจัดสรรของจำเลยทั้งสอง

ดังนั้น ไม่ว่าทางพิพาทดังกล่าว รถยนต์จะสามารถใช้เป็นทางเข้าออกได้หรือไม่ก็ตาม บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390 ห้ามมิให้เจ้าของภารยทรัพย์ประกอบกรรมใดๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวก การที่จำเลยทั้งสองทำการปลูกสร้างหรือก่อสร้างแผงร้านค้าลงในที่ดินย่อมเป็นการกีดขวางการใช้ประโยชน์ในทางภาระจำยอมดังกล่าวอันจะเป็นเหตุทำให้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์และผู้ซื้อที่ดินและบ้านจัดสรรซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ในโครงการของจำเลยทั้งสองการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาประการต่อมาว่า เมื่อรถยนต์ไม่สามารถผ่านทางพิพาทเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้แล้วสภาพภาระจำยอมจึงใช้เป็นเพียงทางเดินเท้าเท่านั้น เป็นเรื่องที่ภาระจำยอมบางส่วนไม่มีความจำเป็นซึ่งย่อมต้องหมดสภาพไปเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของภารยทรัพย์นั้น เห็นว่า ทางพิพาทตามที่ระบายสีแดงในสำเนาโฉนดที่ดิน และจุดหมายเลข 1 ตามแผนผังที่ดินจัดสรร เป็นทางในโครงการที่ดินและหมู่บ้านจัดสรรของจำเลยทั้งสองที่เชื่อมต่อกับทางหลวงจังหวัดสายสุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี - บ้านอ่าวนาง - หาดนพรัตน์ธารา อันเป็นถนนสาธารณะสายหลักสายหนึ่งของจังหวัดกระบี่ จึงไม่น่าเชื่อว่าโจทก์และผู้ซื้อโครงการที่ดินและบ้านจัดสรรของจำเลยทั้งสองจะใช้ทางพิพาทเพียงเพื่อเป็นทางเท้าเดินเข้าออกสู่ถนนสาธารณะเท่านั้น ข้อกล่าวอ้างตามฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่าทางภาระจำยอมพิพาทบางส่วนหมดสภาพไปจึงขัดต่อเหตุผล ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางออกไปจากทางภาระจำยอมพิพาทนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองล้วนฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · มานัส เหลืองประเสริฐ · อาวุธ ปั้นปรีชา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4240/2565

จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ที่ดินพิพาทเป็นถนนที่จำเลยที่ 1 จัดให้มีขึ้นเป็นสาธารณูปโภคเพื่อการจัดสรรที่ดิน จึงตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร ซึ่งจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2563

จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์มีความผูกพันต้องยอมรับกรรมหรืองดใช้สิทธิบางอย่างในที่ดินของตนเองส่วนที่จดทะเบียนเป็นทางเดินและทางรถยนต์แก่โจทก์ จำเลยไม่อาจประกอบกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7786/2561

โจทก์ได้รับใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์จำนวนมากและกำแพงคอนกรีตแล้วโอนขายให้ลูกค้ารวมถึงจำเลยทั้งสองที่ซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ โดยโจทก์สร้างกำแพงคอนกรีตเพื่อให้บุคคลภายในและภาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6006/2561

ที่ดินอันตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 เพียงแต่ทางภาระจำยอมนี้ทำให้จำเลยที่ 1 ต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2559

จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ทั้งสาม โดยทำข้อตกลงว่ากรณีจำเลยสามารถหาทางออกสู่ถนนสาธารณะได้ จำเลยจะให้ทางออกแก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของโจทก์ทั้งสาม เฉพาะแก่โจทก์ทั้งสาม 3 ครอบครัว เป็นทางกว้าง 3 เมตร ข้อตกลงดั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้