Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 623769)

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า โจทก์ครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑ เนื้อที่ ๗๐ ไร่ ๑ งาน ๔๒ ตารางวา จำเลยทั้งเจ็ดกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตและนำป้ายชื่อมีข้อความว่า ห้ามมิให้ผู้ใดบุกรุกหรือกระทำใดๆ ในดินสาธารณประโยชน์ "หนองตาคลอง" ซึ่งอยู่ระหว่างการรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันรื้อถอนป้ายประกาศและปรับสภาพที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิมกับห้ามจำเลยทั้งเจ็ดและบริวารยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์และให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์นับถัดจากวันฟ้องเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งเจ็ดจะรื้อถอนป้ายและปรับสภาพที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิม จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ให้การในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์และเป็นคนละแปลงกับที่ดินพิพาท จำเลยทั้งเจ็ดปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่และใช้อำนาจตามกฎหมาย

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า โจทก์กล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตาม ส.ค. ๑ การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดที่ปักป้ายห้ามโจทก์เข้าไปกระทำการใดในที่ดินของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนจำเลยทั้งเจ็ดให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ โจทก์ครอบครองที่ดินคนละแปลงกับที่ดินพิพาท เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ที่ฟ้องคดีต่อศาลก็เพื่อให้ศาลรับรองหรือคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ แต่การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้