Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2565

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2555 ที่ใช้อยู่ขณะเกิดเหตุ กำหนดวิธีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาไว้หลายวิธี โดยข้อ 37 วรรคหนึ่งกำหนดว่า "เมื่อองค์คณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่า จากทางไต่สวนข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการอันมีมูลความผิด ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนมีหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ..." วรรคสองกำหนดว่า "ในการแจ้งข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนจัดทำเป็นบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ระบุการกระทำและพฤติการณ์ทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียด... ที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี... โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบการแจ้งข้อกล่าวหาไว้เป็นหลักฐานด้วย" ข้อ 38 วรรคหนึ่งกำหนดว่า "ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาตามกำหนดนัดหรือปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับหนังสือตามข้อ 37 ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาไปให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ ที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการหรือตามหลักฐานที่ปรากฏจากการไต่สวนข้อเท็จจริง..." วรรคสองกำหนดว่า "ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ได้รับหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ให้มีการปิดประกาศหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาไว้โดยเปิดเผยยังที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช. และภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหา..." ลักษณะการแจ้งข้อกล่าวหาตามระเบียบดังกล่าวพอจำแนกตามวัตถุประสงค์ได้เป็น 2 ลักษณะ กล่าวคือ การมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 37 วรรคหนึ่ง ซึ่งปกติต้องส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหา การส่งบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามข้อ 38 วรรคหนึ่ง และการปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 38 วรรคสองนั้น มุ่งให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อประโยชน์ในการชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา โดยแจ้งไปยังภูมิลำเนาและที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ หรือตามหลักฐานที่ปรากฏจากการไต่สวน ซึ่งเป็นสถานที่อยู่สำคัญที่ผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้รับหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยการปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหายังที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นวิธีการที่กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การไต่สวนให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ กรณีที่ไม่อาจแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ด้วยวิธีอื่น คดีนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาครบทั้งสองลักษณะ สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยการมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 37 วรรคหนึ่ง การส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามข้อ 38 วรรคหนึ่ง และการปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 38 วรรคสองนั้น จำเลยที่ 2 จงใจปกปิดภูมิลำเนาของตนเพื่อหลบเลี่ยงมิให้คณะอนุกรรมการไต่สวนสามารถติดตามดำเนินคดีแก่ตนได้ เจ้าของบ้านแจ้งจำหน่ายชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากทะเบียนบ้านแล้วไปเพิ่มชื่อจำเลยที่ 2 ในทะเบียนบ้านของสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น ย่อมทำให้ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้คณะอนุกรรมการไต่สวนสามารถมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ได้ ถือได้ว่าการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยวิธีอื่นไม่อาจกระทำได้ ต้องนำการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยวิธีปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหายังที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช. ตามข้อ 38 วรรคสอง มาใช้บังคับ เมื่อการปิดประกาศดังกล่าวกระทำโดยชอบ การสอบสวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนจึงเป็นไปโดยชอบ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 147, 157 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 600,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.887/2560 ของศาลจังหวัดสตูล จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 600,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.887/2560 ของศาลจังหวัดสตูล ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี ผู้เสียหาย ได้รับมอบหมายจากนายกเทศมนตรีตำบลผู้เสียหาย ให้มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งอนุญาต อนุมัติให้ก่อหนี้ (จัดซื้อจัดจ้าง) อนุมัติให้จ่ายเงินตามระเบียบสั่งจ่ายเงินในฎีกาเงินตามงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ รวมทั้งอนุมัติเงินยืมในวงเงินไม่จำกัดจำนวนเฉพาะส่วนสำนักปลัดเทศบาล กองคลัง กองช่าง ลงนามในเช็คร่วมกับปลัดเทศบาลหรือผู้รักษาการแทน ในหมวดเงินเดือน ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว ค่าตอบแทน ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ โดยไม่จำกัดวงเงินขององค์การบริหารส่วนตำบล

กรณีที่นายกเทศมนตรีตำบลผู้เสียหายไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รักษาราชการแทน จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลผู้เสียหาย มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์สินและเงินงบประมาณของเทศบาลตามระเบียบของทางราชการ รับผิดชอบควบคุม กำกับดูแล บังคับบัญชาการปฏิบัติราชการประจำทุกส่วนงานของเทศบาลผู้เสียหายตั้งแต่สำนักปลัดเทศบาล กองคลัง กองช่าง กองสาธารณสุขและกองการศึกษา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 เทศบาลตำบลผู้เสียหายประกาศใช้บังคับเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยงบประมาณส่วนหนึ่งกำหนดรายจ่ายให้กองการศึกษาจัดกิจกรรมโครงการถนนอาหารฮาลาลเป็นเงิน 500,000 บาท ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2554 จำเลยที่ 1 ใช้อำนาจในตำแหน่งสั่งให้นางซอร่า

หัวหน้ากองการศึกษา เทศบาลตำบลผู้เสียหายทำบันทึกเสนอขอจัดกิจกรรมโครงการถนนอาหารฮาลาล ประจำปี 2554 ในวันที่ 18 มีนาคม 2554 โดยให้กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายจัดกิจกรรม 600,000 บาท มากกว่างบประมาณรายจ่ายที่เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีกำหนดไว้ 100,000 บาท และให้เทศบาลผู้เสียหายโอนงบประมาณรายจ่ายเกี่ยวกับการรับรอง พิธีการด้านศาสนาและประเพณี ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมโครงการประเพณีต่าง ๆ จำนวน 100,000 บาท ไปสมทบ หลังจากนั้นวันที่ 31 มกราคม 2554 เทศบาลตำบลผู้เสียหายออกประกาศตามที่จำเลยที่ 1 สั่งการ ระหว่างนั้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 เทศบาลตำบลแม่สะเรียง มีหนังสือเชิญคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และข้าราชการในสังกัดเทศบาลตำบลผู้เสียหายเข้าร่วมการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการระหว่างวันที่ 16 ถึง 18 มีนาคม 2554 ที่กรุงเทพมหานคร

จำเลยที่ 2 เกษียณในหนังสือเชิญดังกล่าวให้ตนเข้าร่วมสัมมนา ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 นางซอร่าจัดทำบันทึกขออนุมัติจัดกิจกรรมโครงการดังกล่าวเสนอให้จำเลยที่ 2 พิจารณาจำเลยที่ 2 ตรวจโครงการแล้วเสนอให้จำเลยที่ 1 ซึ่งปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีพิจารณาอนุมัติ ในวันเดียวกันจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 ใช้อำนาจในตำแหน่งสั่งให้กองคลังเทศบาลผู้เสียหายทำสัญญายืมเงินทดรองราชการ 600,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ เมื่อได้รับเงินยืมทดรองราชการดังกล่าวแล้วจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 โอนเงิน 568,500 บาท เข้าบัญชีเงินฝากของนางอมมีสลาม๊ะ ภริยาของจำเลยที่ 1 ส่วนที่เหลือ 31,500 บาท

โอนให้แก่บุคคลอื่น วันที่ 7 มีนาคม 2554 จำเลยที่ 2 ทำบันทึกขออนุญาตเดินทางเข้าร่วมสัมมนา วันที่ 8 มีนาคม 2554 นายอดิศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลผู้เสียหายสั่งให้จำเลยทั้งสองไปร่วมสัมมนา จำเลยทั้งสองเดินทางไปเข้าร่วมสัมมนา โดยไม่ได้ดำเนินการให้มีการนำเงินยืมทดรองราชการดังกล่าวไปใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมโครงการ ไม่ได้มอบคืนให้แก่เทศบาลตำบลผู้เสียหาย ทั้งมิได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลผู้เสียหายจัดกิจกรรมโครงการแทน หลังจากนั้นวันที่ 4 เมษายน 2554 จำเลยที่ 2 นำข้อเท็จจริงเรื่องการยืมเงินทดรองราชการและเรื่องที่จำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินยืมทดรองราชการดังกล่าวโอนไปเข้าบัญชีของนางอมมีสลาม๊ะ เข้าแจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูลบันทึกไว้เป็นหลักฐาน วันที่ 5 เมษายน 2554 จำเลยที่ 2 เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรดังกล่าวอ้างว่า

จำเลยที่ 1 ข่มขู่ กักขังและทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 2 เพื่อสอบถามเรื่องที่ภริยาและบุตรสาวของจำเลยที่ 1 ถูกข่มขืน ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ไปช่วยราชการที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดหลังจากนั้นวันที่ 19 เมษายน 2554 จำเลยที่ 2 ทำหนังสือร้องเรียนจำเลยที่ 1 ต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องที่จำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 ยืมเงินทดรองราชการแล้วให้โอนเงินยืมดังกล่าวไปเข้าบัญชีของนางอมมีสสลาม๊ะ ต่อมาเมื่อจำเลยที่ 2 ช่วยราชการครบกำหนด 6 เดือน ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลให้จำเลยที่ 2 ไปช่วยราชการที่เทศบาลตำบลเกาะสาหร่ายจนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2558 ระหว่างนั้นวันที่ 22 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการ

ป.ป.ช. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานไต่สวนทำการไต่สวนข้อเท็จจริงแก่จำเลยที่ 1 วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้องค์คณะไต่สวนดำเนินการไต่สวนจำเลยที่ 2 เพิ่มเติมร่วมกับจำเลยที่ 1 วันที่ 28 ธันวาคม 2558 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนทำการไต่สวนข้อเท็จจริงแก่จำเลยทั้งสอง หลังจากนั้นวันที่ 29 ธันวาคม 2559 คณะอนุกรรมการไต่สวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 1 โดยชอบ จำเลยที่ 1 ไม่ประสงค์แก้ข้อกล่าวหา วันที่ 7 สิงหาคม 2560 คณะอนุกรรมการไต่สวนมีหนังสือให้จำเลยที่ 2 ไปรับทราบข้อกล่าวหา โดยส่งไปยังบ้าน เลขที่ 134/15 ซึ่งเคยเป็นภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านและเป็นที่อยู่อาศัยที่จำเลยที่ 2 แจ้งต่อเลขาธิการคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ขณะทำหนังสือร้องเรียนจำเลยที่ 1 แต่ส่งไม่ได้ ได้รับแจ้งว่าไม่มีผู้รับ พนักงานไต่สวนสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดภูเก็ตซึ่งขณะนั้นไปช่วยราชการจังหวัดสตูล ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า บ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบ้านที่จำเลยที่ 2 เช่าอยู่อาศัย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2560 เจ้าของบ้านเลขที่ดังกล่าวแจ้งต่อสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสตูลให้จำหน่ายชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากทะเบียนบ้าน สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสตูลจำหน่ายชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากทะเบียนเลขที่ดังกล่าวแล้วเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านเลขที่ 41/1 ซึ่งเป็นทะเบียนบ้านกลางของสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสตูล วันที่ 16 สิงหาคม 2560 คณะอนุกรรมการไต่สวนส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาไปให้จำเลยที่ 2 ทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับที่บ้านเลขที่ 41/1 ได้รับแจ้งว่าไม่มีผู้รับตามจ่าหน้า วันที่ 17 และ 24 สิงหาคม 2560 คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการให้มีการปิดประกาศหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ที่สำนักงาน

ป.ป.ช. และที่บ้านเลขที่ 41/1 จำเลยที่ 2 ไม่มาแก้ข้อกล่าวหา ต่อมาวันที่ 30 มีนาคม 2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองมีมูลความผิดทางอาญา คดีสำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์โต้แย้งเป็นอย่างอื่น จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2555 ข้อ 37 และ 38 ที่ใช้อยู่ขณะเกิดเหตุ กำหนดวิธีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาไว้หลายวิธี โดยข้อ 37 วรรคหนึ่งกำหนดว่า "เมื่อองค์คณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่า จากทางไต่สวนข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการอันมีมูลความผิด ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนมีหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ..." วรรคสองกำหนดว่า

"ในการแจ้งข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนจัดทำเป็นบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาระบุการกระทำและพฤติการณ์ทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียด... ที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี... โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบการแจ้งข้อกล่าวหาไว้เป็นหลักฐานด้วย" ข้อ 38 วรรคหนึ่งกำหนดว่า "ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาตามกำหนดนัดหรือปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับหนังสือตามข้อ 37 ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาไปให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ ที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการหรือตามหลักฐานที่ปรากฏจากการไต่สวนข้อเท็จจริง..." วรรคสองกำหนดว่า

"ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ได้รับหนังสือแจ้งให้รับมารับทราบข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ให้มีการปิดประกาศหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาไว้โดยเปิดเผยยังที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช. และภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหา..." ลักษณะการแจ้งข้อกล่าวหาตามระเบียบดังกล่าวพอจำแนกตามวัตถุประสงค์ได้เป็น 2 ลักษณะ กล่าวคือ การมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 37 วรรคหนึ่ง ซึ่งปกติต้องส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหา การส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามข้อ 38 วรรคหนึ่งและการปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 38 วรรคสองนั้น มุ่งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหาเพื่อประโยชน์ในการชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา โดยให้แจ้งไปยังภูมิลำเนาและที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการหรือตามหลักฐานที่ปรากฏจากการไต่สวน ซึ่งเป็นสถานที่อยู่สำคัญที่ผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้รับหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหา

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยการปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหายังที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นวิธีการที่กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การไต่สวนให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ กรณีที่ไม่อาจแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ด้วยวิธีอื่น คดีนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาครบทั้งสองลักษณะ สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยการมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 37 วรรคหนึ่ง การส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามข้อ 38 วรรคหนึ่ง และการปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 38 วรรคสองนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะจำเลยที่ 2 ไปดำรงตำแหน่งที่เทศบาลตำบลผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 เช่าบ้านเลขที่ 134/15 เป็นที่อยู่อาศัยและย้ายชื่อตนเข้าทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าว

ครั้นต่อมาเมื่อจำเลยที่ 2 ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่เทศบาลตำบลเกาะสาหร่าย จำเลยที่ 2 ก็มิได้แจ้งย้ายชื่อจากทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าวไปยังตำบลดังกล่าวเช่นที่เคยปฏิบัติมา ทั้ง ๆ ที่การแจ้งย้ายชื่อน่าจะเป็นการสะดวกแก่การติดต่อกับทางราชการและผู้อื่น คงปล่อยให้ชื่อของตนอยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าวติดต่อกันมาเป็นเวลานานประมาณ 7 ปี จนกระทั่งวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ก่อนที่คณะอนุกรรมการไต่สวนจะมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 เพียง 5 วัน จึงมีการแจ้งให้สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสตูลจำหน่ายชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากทะเบียนบ้าน พฤติการณ์เช่นนี้ส่อพิรุธให้เชื่อว่า จำเลยที่ 2 จงใจปกปิดภูมิลำเนาของตนเพื่อหลบเลี่ยงมิให้คณะอนุกรรมการไต่สวนสามารถติดตามดำเนินคดีแก่ตนได้

ส่วนที่เจ้าของบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นผู้แจ้งให้สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสตูลจำหน่ายชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากทะเบียนบ้านนั้น แม้จะยังฟังได้ไม่ถนัดว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้ แต่เมื่อมีการจำหน่ายชื่อตนออกจากทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าวแล้วไปเพิ่มในทะเบียนบ้านของสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นย่อมทำให้ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้คณะอนุกรรมการไต่สวนสามารถมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ได้ กรณีจึงถือได้ว่าการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยวิธีอื่นไม่อาจกระทำได้ ต้องนำการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยวิธีปิดประกาศหนังสือส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหายังที่ทำการสำนักงาน

ป.ป.ช. ตามข้อ 38 วรรคสอง มาใช้บังคับ เมื่อการปิดประกาศดังกล่าวกระทำโดยชอบ การสอบสวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนจึงเป็นไปโดยชอบ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในส่วนของจำเลยที่ 2 และให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ 2 ใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤตพงศ์ เอี่ยมวรเมธ · วยุรี วัฒนวรลักษณ์ · ก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ
ศาลล่าง
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 - นางสาวรวิภัทร โชคเจริญเลิศ
ศาลอุทธรณ์ - นายวินัส สุนนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อท.52/2564
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้