Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6252/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้นายจ้างปิดกิจการการปิดกิจการอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเมื่อต้องปิดกิจการซึ่งมีการเลิกจ้างแล้ว การเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับเหตุผลของการปิดกิจการว่ามีเหตุผลสมควรและเพียงพอที่จะปิดกิจการหรือไม่ นายจ้างปิดกิจการโดยไม่ได้ประสบภาวะการขาดทุนตามที่อ้าง ย่อมไม่มีเหตุผลสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้างลูกจ้างได้ การที่นายจ้างปิดกิจการและเลิกจ้างลูกจ้างกรณีดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสิบเอ็ดสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์และจำเลยตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 31 กับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2โจทก์ทั้งสามสิบเอ็ดสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กับคืนเงินประกัน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ รายละเอียดตามฟ้องแต่ละสำนวนจำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามฟ้องสูงเกินความเป็นจริง หากเรียกร้องได้อย่างสูงก็เท่ากับค่าจ้าง 5 วันทำงาน ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้จึงปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2539 สัญญาจ้างจึงสิ้นสุดลงโดยไม่อาจถือว่าจำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์

จำเลยที่ 2จึงไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้เพราะจำเลยที่ 2 ได้ปิดกิจการดังกล่าว หากโจทก์จะเสียหายจริงอย่างมากก็ไม่เกินคนละ 500 บาทจำเลยที่ 2 แจ้งปิดกิจการเป็นการล่วงหน้าแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากจะเรียกได้ก็ไม่เกิน5 วันทำงาน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าในอัตราที่ศาลกำหนด กับคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ยของเงินแต่ละจำนวน นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2539ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างจนกว่าจะจ่ายเงินเสร็จแก่โจทก์ทั้งสามสิบเอ็ดคำขอนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างอันเนื่องมาจากสาเหตุการปิดกิจการนั้นถือได้หรือไม่ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เห็นว่าแม้ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ปิดกิจการดังที่จำเลยที่ 2อ้างก็ตาม แต่การปิดกิจการอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และเมื่อปิดกิจการซึ่งต้องมีการเลิกจ้างแล้ว การเลิกจ้างนั้นจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับเหตุผลของการปิดกิจการว่ามีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่จะปิดกิจการหรือไม่สำหรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปิดกิจการของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้ประสบภาวะการขาดทุน ตามที่จำเลยที่ 2 ให้การและนำสืบเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ประสบภาวะการขาดทุนดังที่ศาลแรงงานกลาง

ฟังมาแล้วจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามสิบเอ็ดได้ การที่จำเลยที่ 2 ปิดกิจการและเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามสิบเอ็ดจึงถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิมล สมานิตย์ · อัมพร ทองประยูร · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 714141)

หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 721948)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717471)

การเลิกจ้างด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการของนายจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 705285)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้