Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6257/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ร่วมขนส่งด้วยกันจะต้องรับผิดร่วมกันในความสูญหายหรือบุบสลายต่อผู้ส่งหรือผู้รับตราส่งซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างแต่ระหว่างโจทก์กับจำเลยจะมีความรับผิดต่อกันหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับว่าจำเลยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วยหรือไม่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสินค้าที่ขนส่งมิได้เกิดความเสียหายขึ้นในระหว่างการขนส่งทอดแรกของจำเลยแม้ศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ฎีกาจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยขนส่งสินค้า จำเลยขนส่งทอดแรกจากต้นทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ไปยังเมืองเกาซุง ไต้หวันด้วยเรือเลขะภูมิ จำเลยรับมอบสินค้าจากตัวแทนของโจทก์ในประเทศไทยครบถ้วนทั้ง 8 ตู้คอนเทนเนอร์ ในสภาพเรียบร้อยและจำเลยส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ไต้หวันเมื่อวันที่23 กุมภาพันธ์ 2531 และโจทก์ขนส่งต่อทอดที่ 2 ไปยังปลายทางด้วยเรือเคปชาร์ลส์ เมื่อเรือเดินทางถึงประเทศสหรัฐอเมริกาปรากฎว่าปลาทูน่าบรรจุกระป๋องได้รับความเสียหายเนื่องจากถูกน้ำทะเล กระป๋องขึ้นสนิมและบุบเป็นจำนวนมาก ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งโดยเรือเลขะภูมิของจำเลยโจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ซื้อหรือผู้รับตราส่งทั้งสี่รายแล้ว และโจทก์มีสิทธิไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายดังกล่าวขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,012,071.62 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,887,539.80 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ขนส่งปลาทูน่าบรรจุกระป๋องร่วมกับโจทก์ แต่ผู้ที่รับจ้างขนส่งปลาทูน่าบรรจุกระป๋องทอดแรกจากท่าเรือกรุงเทพมหานครถึงเมืองเกาซุง ไต้หวัน คือบริษัทเรจินัลคอนเทนเนอร์ไลน์ (พีทีอี) จำกัด โดยใช้เรือเลขะภูมิขนส่งสินค้าถึงเมืองเกาซุงในสภาพเรียบร้อย มิได้ถูกน้ำทะเลระหว่างการเดินทางและตัวแทนของโจทก์ที่ไต้หวันได้ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์จนเป็นที่พอใจแล้วว่ามีสภาพเดียวกับที่ฝากส่ง และยอมรับมอบสินค้าโดยมิได้อิดเอื้อนหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขนส่งทอดแรกจึงสิ้นสุดลง ความเสียหายของสินค้าเกิดจากตู้คอนเทนเนอร์สภาพไม่ดี

อากาศในตู้คอนเทนเนอร์เปลี่ยนระหว่างการขนส่ง การบรรจุปลาทูน่าบรรจุกระป๋องเข้ากล่องกับเข้าตู้คอนเทนเนอร์ไม่แน่นอันเป็นความผิดของโจทก์ และความเสียหายเกิดขึ้นภายหลังการขนส่งทอดแรกสิ้นสุดลง ผู้ขนส่งทอดแรกมิต้องรับผิดขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ร่วมขนส่ง จำเลยมีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกันกับโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 618 โจทก์จึงมีสิทธิไล่เบี้ยจากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 296 และมาตรา 297 เห็นว่า แม้จำเลยจะต้องรับผิดร่วมกันกับโจทก์ในความสูญหายหรือบุบสลายต่อผู้ส่งหรือผู้รับตราส่งซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 และมาตรา 618แต่ระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นผู้ร่วมขนส่งด้วยกันจะมีความรับผิดต่อกันหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าจำเลยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วยหรือไม่ ปรากฎข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสินค้าที่ขนส่งมิได้เกิดความเสียหายขึ้นในระหว่างการขนส่งทอดแรกของจำเลย

จำเลยไม่ต้องรับผิด ซึ่งข้อนี้โจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้าน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยดังกล่าว เมื่อจำเลยมิได้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สินค้าที่จำเลยร่วมทำการขนส่งกับโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ความรับผิดของลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 296 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่บัญญัติให้ต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นดังที่โจทก์ฎีกานั้นจะบังคับแก่กรณีนี้ได้ต่อเมื่อลูกหนี้ร่วมแต่ละคนมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นในการร่วมกันขนส่งเท่านั้น ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่าความเสียหายเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งทอดแรกโดยจำเลยนั้นเมื่อปรากฎว่าโจทก์มิได้ยกข้อนี้ขึ้นโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์

แม้ศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยให้ ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกข้อนี้ขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ เมื่อวินิจฉัยดังกล่าวแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ข้อที่ว่าค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยมีจำนวนเท่าใดต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้