Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ใด ๆ ที่โจทก์หรือ จ.บิดาโจทก์ มีต่อจำเลยในขณะนั้นหรือในภายหน้า โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนองโดยชำระหนี้ครบถ้วนเฉพาะหนี้ส่วนของตนซึ่งไม่ครบวงเงินตามสัญญาจำนอง ในขณะที่ จ. ยังคงเป็นหนี้จำเลยอยู่อีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ จำเลยจึงชอบที่จะบอกปัดไม่รับชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 320

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้กู้ยืมเงินจำเลยจำนวนหนึ่ง และในวันเดียวกันนั้นโจทก์ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้ดังกล่าวต่อมาเมื่อครบกำหนดชำระหนี้ตามสัญญากู้โจทก์ประสงค์จะชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระทั้งหมดแก่จำเลย และขอไถ่ถอนจำนองที่ดินหลายครั้งแต่จำเลยไม่ยินยอมในวันที่ 2 สิงหาคม 2532 โจทก์ได้นำแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน2,016,082.30 บาท ไปชำระให้แก่จำเลยพร้อมกับขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 160169 ถึงเลขที่ 160189แต่จำเลยบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้และไม่ยอมจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรับเงินจำนวน 2,016,082.30 บาทจากโจทก์ ถ้าจำเลยไม่ยอมรับขอให้ศาลสั่งให้โจทก์วางเงินจำนวนดังกล่าวไว้ต่อศาล และให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้แก่โจทก์

หากจำเลยไม่ไถ่ถอนให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า การจำนองที่ดินพิพาทตามฟ้องเป็นการจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้เงินต้นรวมทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์และนายเจือเป็นหนี้จำเลย โจทก์ยังค้างชำระเงินต้นจำนวน 1,129,830.71 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นายเจือยังเป็นลูกหนี้โจทก์เป็นเงินต้นจำนวน 1,732,208 บาท กับดอกเบี้ยอีกเป็นจำนวนมากโจทก์จึงไม่มีสิทธิขอไถ่ถอนจำนองที่ดินตามฟ้อง โจทก์ยังค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่า 1 ปี จำเลยมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้เป็นดอกเบี้ยทั้งสิ้น 1,383,214.66 บาท โจทก์ไม่เคยมาขอชำระหนี้และขอไถ่ถอนจำนอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรับเงินจำนวน 2,016,082.30 บาทจากโจทก์และจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า

โจทก์ได้กู้ยืมเงินจากจำเลยจำนวน 2,200,000 บาทโดยยอมเสียดอกเบี้ยแก่จำเลยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี และโจทก์ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 160151 ถึงเลขที่ 160189 รวม 39 แปลงไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้ใด ๆ ซึ่งโจทก์หรือนายเจือเป็นหนี้จำเลยอยู่แล้วในขณะทำสัญญาจำนอง หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งในภายหน้าในวงเงิน 2,200,000 บาท ต่อมาโจทก์ได้ชำระเงินต้นจำนวน 1,070,169.29 บาท กับดอกเบี้ยแก่จำเลย จำเลยได้จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 160151 ถึงเลขที่ 160168รวม 18 แปลงให้โจทก์ โจทก์ยังคงค้างชำระเงินต้นจำนวน1,129,830.71 บาท กับดอกเบี้ยจำนวน 886,251.59 บาท รวมเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเงิน 2,016,082.30 บาท ส่วนนายเจือเป็นหนี้จำเลยตามตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นเงิน 1,732,208 บาทกับค้างชำระดอกเบี้ยอีกจำนวนหนึ่ง

โจทก์ขอชำระหนี้จำเลยเฉพาะหนี้ส่วนของโจทก์จำนวน 2,016,082.30 บาท และขอไถ่ถอนจำนองที่ดินส่วนที่ยังเหลือติดจำนองอยู่ จำเลยบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ดังกล่าว คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิให้จำเลยรับชำระหนี้จำนวน 2,016,082.30 บาท และจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 160169 ถึงเลขที่ 160189 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังต้องกันมาว่าการจำนองเพื่อประกันการชำระหนี้ในวงเงิน 2,200,000 บาทเป็นการประกันหนี้โจทก์รวมทั้งหนี้ของนายเจือที่มีต่อจำเลยด้วยเมื่อได้ความว่านายเจือยังเป็นหนี้เงินต้นจำเลยอยู่จำนวน1,732,208 บาท และดอกเบี้ยที่ค้างชำระอีกจำนวนหนึ่ง การที่โจทก์เสนอขอชำระหนี้เฉพาะส่วนของโจทก์ ซึ่งไม่ครบตามวงเงินจำนองจำนวน 2,200,000 บาท จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ชอบที่จะบอกปัดไม่ชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 320ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11603/2553

จ. ทำสัญญากู้ยืมเงินจากจำเลยเมื่อปี 2534 เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ จ. โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อประกันการกู้ยืมเงินและหนี้สินอื่นๆ ของโจทก์ และหรือของ จ. ที่มีอยู่แล้วขณะที่ทำสัญญาและที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3987/2546

สัญญาจำนองที่ดินระหว่างโจทก์กับธนาคารจำเลยนอกจากจะเพื่อเป็นประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยแล้ว ยังเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีกด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์ยังค้างชำระหนี้ตามสัญญาขายต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3713/2535

ข้อตกลงในสัญญาจำนองมีว่า นอกจากโจทก์ต้องรับผิดในเงิน390,000 บาทแล้ว ยังต้องรับผิดสำหรับดอกเบี้ยซึ่งลูกหนี้ผิดนัดด้วย ดังนั้น การที่โจทก์ขอไถ่ถอนจำนองในจำนวนเงิน390,000 บาท โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์เสนอขอชำร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6223/2567

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 5 เป็นผู้รับจำนองทรัพย์สินโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ผู้คัดค้านที่ 5 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิของตนก่อนที่ศาลจะม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2567

ผู้รับจำนองซึ่งทรงทรัพยสิทธิจำนองย่อมมีสิทธิบังคับจำนองแม้หนี้ที่ประกันหรือสิทธิเรียกร้องส่วนที่เป็นประธานจะขาดอายุความ เพียงแต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่าห้าปีไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้