คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่เคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ เครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่เหมือนและไม่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ทำให้สาธารณชนหลงผิด จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าชอบที่จะจดทะเบียนให้จำเลยได้ ที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ายกคำคัดค้านของโจทก์นั้นชอบแล้วชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า1. โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่2. เครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ทำให้สาธารณชนหลงผิดหรือไม่จำเลยแถลงรับว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่โจทก์ฎีกาว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนนั้น
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และ 3 นั้น แบบหนึ่งเป็นตัวอักษรโรมัน อ่านว่า สแตนเล่ย์ อีกแบบหนึ่งเป็นตัวอักษรโรมันอยู่ด้านบนตัวอักษรไทยอยู่ด้านล่าง ทั้งตัวอักษรโรมันและตัวอักษรไทยอ่านว่าสแตนเล่ย์ ทั้งสองแบบอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปคล้ายใบมีดโกน ตัวอักษรสีโปร่ง แต่กรอบสีทึบ ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 นั้นเป็นอักษรโรมันอ่านว่าแสตนอัพ อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมรูปร่างคล้ายไม้นวดแป้ง ตัวอักษรสีทึบส่วนกรอบสี่เหลี่ยมสีโปร่ง เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นตัวอักษรอยู่ติดกันทั้งหมด ส่วนตัวอักษรเครื่องหมายการค้าของจำเลยแยกกันเป็นสองส่วน
คือคำว่าแสตนกับคำว่าอัพอยู่ห่างกัน เห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีลักษณะแตกต่างกันทั้งตัวอักษร สี และกรอบ นอกจากนี้คำว่าสแตนเล่ย์นั้นเป็นชื่อเฉพาะไม่มีความหมาย ส่วนคำว่าแสตนอัพนั้นเป็นภาษาอังกฤษแปลว่ายืนขึ้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่เหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้หลงผิดได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยคือเครื่องหมายการค้าของโจทก์ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นสำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะกำหนดประเด็นอีกข้อหนึ่งว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์หรือไม่นั้น
พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่าเครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทำให้สาธารณชนหลงผิดหรือไม่ ก็มีความหมายอย่างเดียวกับการกำหนดประเด็นว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์หรือไม่นั่นเอง เพราะหากได้ความว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้หลงผิด ก็ถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ซึ่งตรงตามคำฟ้องและคำให้การของจำเลยอย่างแท้จริง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าหลักฐานตามคำฟ้องคำให้การและเอกสารท้ายฟ้องในคดีนี้เพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยคดีนี้ได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นการชอบแล้ว..."
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.