Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เครื่องหมายการค้าของโจทก์แบบหนึ่งเป็นตัวอักษรโรมันอ่านว่าสแตนเล่ย์อีกแบบหนึ่งเป็นตัวอักษรโรมันอยู่บน ตัวอักษรไทยอยู่ด้านล่าง ทั้งตัวอักษรโรมันและตัวอักษรไทย อ่านว่า สแตนเล่ย์ ทั้งสองแบบอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปคล้ายใบมีดโกน ตัวอักษรสีโปร่งแต่กรอบสีทึบ ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นอักษรโรมันอ่านว่า แสตนอัพ อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมรูปร่างคล้ายไม้นวดแป้งตัวอักษรสีทึบ ส่วนกรอบสี่เหลี่ยมสีโปร่ง เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นตัวอักษรอยู่ติดกันทั้งหมด ส่วนตัวอักษรเครื่องหมายการค้าของจำเลยแยกกันเป็นสองส่วนคือคำว่าแสตนกับคำว่าอัพ อยู่ห่างกัน ดังนี้เครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีลักษณะแตกต่างกันทั้งตัวอักษรสี และกรอบ ไม่เหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้หลงผิดได้ การกำหนดประเด็นว่า เครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเหมือน หรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ทำให้สาธารณชนหลงผิด หรือไม่นั้น มีความหมายอย่างเดียวกับการกำหนดประเด็นว่า จำเลยร่วมกันกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์หรือไม่ เมื่อหลักฐานตามคำฟ้องคำให้การ และเอกสารท้ายฟ้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้วศาลก็ชอบที่จะสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายชวลิต อัตถศาสตร์ฟ้องคดีนี้ โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของรัฐคอนเนคติกัตประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทำด้วยโลหะชนิดต่าง ๆ ไปทั่วโลกจดทะเบียนและใช้เครื่องหมายการค้าอักษรโรมัน คำว่า "STANLEY"อ่านว่า "สแตนเล่ย์" และเครื่องหมายการค้าอักษรโรมัน คำว่า"STANLEY" และอักษรไทยคำว่า "สแตนเล่ย์" อยู่ภายในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าประดิษฐ์ กับสินค้าจำพวก 13 ทั้งจำพวกของโจทก์ต่อกองสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า กรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ตามคำขอจดทะเบียนเลขที่82966 และทะเบียนเลขที่ 51963 กับคำขอเลขที่ 88726 และทะเบียนเลขที่ 56944 จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 เคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ หลังจากจำเลยที่ 1 เลิกเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์แล้ว จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันและแทนกันยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอักษรโรมัน คำว่า "STAND UP" อ่านว่า"แสตนอัพ" อยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าประดิษฐ์ใช้กับสินค้าจำพวก13 ทั้งจำพวกตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 151580ซึ่งมีลักษณะเหมือนคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ทำให้สาธารณชนหลงผิดจนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชน ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลอกเลียนหรือดัดแปลงเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยไม่สุจริต โจทก์ได้คัดค้านคำขอจดทะเบียนของจำเลยแล้ว แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ายกคำคัดค้านของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่า เครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเหมือนคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิใช้เป็นเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าจำพวก 13 ทั้งหมด ให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนนั้น ถ้าไม่ถอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าจำพวก 13 ทั้งจำพวกจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองมอบอำนาจให้นายดุสิตเงาวะบุญพัฒน์ ดำเนินคดีแทน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 16 ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 86

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่เคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ เครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่เหมือนและไม่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ทำให้สาธารณชนหลงผิด จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าชอบที่จะจดทะเบียนให้จำเลยได้ ที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ายกคำคัดค้านของโจทก์นั้นชอบแล้วชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า1. โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่2. เครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ทำให้สาธารณชนหลงผิดหรือไม่จำเลยแถลงรับว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และ 3 นั้น แบบหนึ่งเป็นตัวอักษรโรมัน อ่านว่า สแตนเล่ย์ อีกแบบหนึ่งเป็นตัวอักษรโรมันอยู่ด้านบนตัวอักษรไทยอยู่ด้านล่าง ทั้งตัวอักษรโรมันและตัวอักษรไทยอ่านว่าสแตนเล่ย์ ทั้งสองแบบอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปคล้ายใบมีดโกน ตัวอักษรสีโปร่ง แต่กรอบสีทึบ ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 นั้นเป็นอักษรโรมันอ่านว่าแสตนอัพ อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมรูปร่างคล้ายไม้นวดแป้ง ตัวอักษรสีทึบส่วนกรอบสี่เหลี่ยมสีโปร่ง เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นตัวอักษรอยู่ติดกันทั้งหมด ส่วนตัวอักษรเครื่องหมายการค้าของจำเลยแยกกันเป็นสองส่วน

คือคำว่าแสตนกับคำว่าอัพอยู่ห่างกัน เห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีลักษณะแตกต่างกันทั้งตัวอักษร สี และกรอบ นอกจากนี้คำว่าสแตนเล่ย์นั้นเป็นชื่อเฉพาะไม่มีความหมาย ส่วนคำว่าแสตนอัพนั้นเป็นภาษาอังกฤษแปลว่ายืนขึ้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่เหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้หลงผิดได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยคือเครื่องหมายการค้าของโจทก์ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นสำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะกำหนดประเด็นอีกข้อหนึ่งว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์หรือไม่นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่าเครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทำให้สาธารณชนหลงผิดหรือไม่ ก็มีความหมายอย่างเดียวกับการกำหนดประเด็นว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์หรือไม่นั่นเอง เพราะหากได้ความว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนถึงนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้หลงผิด ก็ถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ซึ่งตรงตามคำฟ้องและคำให้การของจำเลยอย่างแท้จริง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าหลักฐานตามคำฟ้องคำให้การและเอกสารท้ายฟ้องในคดีนี้เพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยคดีนี้ได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นการชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5639/2540

จำเลยที่ 1 ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า SEIKOในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2503 สำหรับสินค้าจำพวก 10 สินค้าเครื่องบอกเวลาและได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเมื่อปี 2505ได้มีการโฆษณาสินค้าเครื่องหมายการค้าของจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7384/2552

ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าก่อนจำเลยขุดดินเมื่อปี 2534 จำเลยได้ทำความตกลงกับโจทก์ว่าหากโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินเมื่อใด จำเลยจะถมที่ดินให้แก่โจทก์ ดังนั้น ปัญหาว่าก่อนปี 2534 มีบ่อปลาในที่ดินของโจทก์อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2551

ประเด็นข้อพิพาทมีว่า จำเลยมีสิทธิระงับการเบิกถอนเงินของโจทก์จากบัญชีพิพาทหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า ผู้ฝากเงินกับธนาคารมีนิติสัมพันธ์กันตามลักษณะฝากทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 665 บัญชีพิพาทถือมิได้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2551

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดซึ่งมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์เสียหายเพียงใด โดยโจทก์มีภาระการพิสูจน์ การที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใดนั้น ต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516/2549

แม้จำเลยที่ 1 จะออกจากบ้านตามภูมิลำเนาโดยไม่มีผู้ใดทราบข่าวคราวก็ตาม แต่ขณะที่เจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้แก่จำเลยที่ 1 โดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องนั้น ศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้