Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6292/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับทั้งโจทก์และจำเลยที่ 2 ในเวลาห่างกันเพียง 20 วัน และอยู่กินฉันสามีภริยาทั้งกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ในลักษณะเป็นครอบครัวเดียวกันมานานถึงประมาณ 20 ปี โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ ทรัพย์สินตามคำฟ้องที่โจทก์อ้างเป็นสินสมรสนั้น เป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างเวลาดังกล่าวโดยไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของคนละเท่าใด กรณีต้องสันนิษฐานว่าแต่ละคนมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357 จึงต้องแบ่งทรัพย์เป็นสามส่วนเท่าๆ กัน และมีสิทธิคนละหนึ่งส่วน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้โจทก์และจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกัน และให้แบ่งสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 หากไม่สามารถแบ่งสินสมรสได้ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 71,846,120.22 บาท แก่โจทก์และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์คนละ 5,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000,000 บาท กับขอให้การสมรสระหว่างจำเลยทั้งสองเป็นโมฆะ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกันและให้การสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ตามทะเบียนสมรส สำนักทะเบียนอำเภอเมืองพะเยา เลขทะเบียนที่ 1435/16518 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2526 เป็นโมฆะ กับให้แบ่งทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 7482 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ออกเป็น 3 ส่วน เท่าๆ กัน โดยให้แบ่งให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ฝ่ายละหนึ่งส่วนในฐานะสินสมรส ที่เหลืออีก 1 ส่วน เป็นของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ถ้าการแบ่งเช่นนี้ไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง หรือขายทอดตลาด ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินคนละ 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาท) แก่โจทก์และให้แบ่งสินสมรสตามฟ้องโจทก์ข้อ 3 (1) ถึง 3 (27) ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 คนละส่วนเท่าๆ กัน ถ้าการแบ่งเช่นนี้ไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ให้ขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 หรือขายทอดตลาด ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองศาล โดยกำหนดค่าทนายความรวม 100,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าทรัพย์สินตามคำฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงต้องแบ่งให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 คนละกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 2 หากจะมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 1 ในทรัพย์สินใดก็ต้องไปแบ่งกันเองระหว่างจำเลยทั้งสองนั้น ชอบแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติตามที่ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับทั้งโจทก์และจำเลยที่ 2 ในเวลาห่างกันเพียง 20 วัน และอยู่กินฉันสามีภริยาทั้งกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ในลักษณะเป็นครอบครัวเดียวกัน ทำมาหาได้ในธุรกิจของครอบครัวด้วยกันมานานถึงประมาณ 20 ปี โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ ทรัพย์สินตาม

คำฟ้องที่โจทก์อ้างเป็นสินสมรสนั้น เป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างเวลาดังกล่าวโดยไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองมีส่วนเป็นเจ้าของคนละเท่าใด ดังนี้ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์สินตามคำฟ้องเป็นทรัพย์สินที่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำมาหาได้ร่วมกัน โดยไม่มีข้อคำนึงว่าทรัพย์สินดังกล่าวรายการใดจะใส่ชื่อของผู้ใดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงให้แบ่งทรัพย์ออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กันนั้น มีเหตุผลรับฟังได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามาไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศาล อัยยะวรากูล · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · วิกร อังคณาวิศัลย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายปรเมศร บัณฑราภิวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นางวยุรี วัฒนวรลักษณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยช.(พ)173/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ272/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ166/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกเยาวชนและครอบครัว
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7092/2538

แม้จำเลยที่ 1 จะซื้อที่ดินพิพาทมาภายหลังจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ แต่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่เคยอยู่กินฉันสามีภริยากันเลย จำเลยที่ 1เป็นผู้ซื้อที่ดินและนำไปจำนองผ่อนชำระหนี้ฝ่ายเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 อยู่กินฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2567

โจทก์และจำเลยตกลงอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาด้วยใจสมัคร แม้จะไม่มีการสู่ขอ ไม่มีสินสอดทองหมั้น ไม่ได้จัดพิธีแต่งงานกันตามประเพณี และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่ในทางทรัพย์ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2567

แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 ที่พิพาทจะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวมโฉนดเลขที่ 2996 โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจาก จ. มารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3029/2566

เมื่อจำเลยรับว่าที่ดินพิพาทจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนบุคคลอื่น จำเลยจึงไม่อาจยกข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ขึ้นอ้างได้ โจทก์อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3787/2565

เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนห้องชุดกึ่งหนึ่ง ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แล้ว ห้องชุดดังกล่าวกลับเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้