Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นพนักงานของธนาคารโจทก์ร่วมไม่มีหน้าที่การเงินจำเลยนำเช็คปลอมจำนวน3ฉบับไปยื่นต่อส. และอ. ซึ่งเป็นพนักงานการเงินของโจทก์ร่วมต่างวันกันโดยแต่ละครั้งจำเลยนำใบฝากโอนเงินเข้าธนาคารต่างสาขาในบัญชีของบ. ซึ่งจำเลยแต่ผู้เดียวมีอำนาจถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวแม้ไม่มีพยานหลักฐานบ่งชี้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมหรือมีส่วนในการปลอมเช็ค3ฉบับดังกล่าวแต่ตามพฤติการณ์แสดงได้ว่าจำเลยรู้ว่าเช็คนั้นเป็นเอกสารปลอมดังนั้นการที่จำเลยนำเช็คปลอมไปแสดงต่อพนักงานการเงินของโจทก์ร่วมโดยปกปิดความจริงจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อยอมสั่งจ่ายเงินตามเช็คปลอมจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง พนักงานอัยการโจทก์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้เงินที่จำเลยฉ้อโกงไปคืนแก่ผู้เสียหายมาท้ายฟ้องและโจทก์ร่วมได้เสียค่าธรรมเนียมมาถูกต้องแล้วจำเลยจึงต้องคืนหรือใช้เงินตามฟ้องให้โจทก์ร่วม.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยเป็นพนักงานของธนาคารโจทก์ร่วมไม่มีหน้าที่การเงินจำเลยนำเช็คปลอมจำนวน3ฉบับไปยื่นต่อส. และอ. ซึ่งเป็นพนักงานการเงินของโจทก์ร่วมต่างวันกันโดยแต่ละครั้งจำเลยนำใบฝากโอนเงินเข้าธนาคารต่างสาขาในบัญชีของบ. ซึ่งจำเลยแต่ผู้เดียวมีอำนาจถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวแม้ไม่มีพยานหลักฐานบ่งชี้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมหรือมีส่วนในการปลอมเช็ค3ฉบับดังกล่าวแต่ตามพฤติการณ์แสดงได้ว่าจำเลยรู้ว่าเช็คนั้นเป็นเอกสารปลอมดังนั้นการที่จำเลยนำเช็คปลอมไปแสดงต่อพนักงานการเงินของโจทก์ร่วมโดยปกปิดความจริงจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อยอมสั่งจ่ายเงินตามเช็คปลอมจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง พนักงานอัยการโจทก์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้เงินที่จำเลยฉ้อโกงไปคืนแก่ผู้เสียหายมาท้ายฟ้องและโจทก์ร่วมได้เสียค่าธรรมเนียมมาถูกต้องแล้วจำเลยจึงต้องคืนหรือใช้เงินตามฟ้องให้โจทก์ร่วม.

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 266,268, 341, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 2 ริบตั๋วเงินปลอมของกลาง กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 202,700 บาท ที่จำเลยฉ้อโกงไปคืนแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณาคดีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแต่ให้ริบตั๋วเงินปลอมของกลางทั้ง 3ฉบับโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268, 266, 341 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268อันเป็นบทหนักจำคุกจำเลย 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมและจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกงหรือไม่ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมผู้ใช้ต้องรู้ว่าเอกสารที่ใช้เป็นเอกสารปลอม จำเลยรับเช็คทั้งสามฉบับไว้ตามหน้าที่โดยไม่รู้ว่าเป็นเอกสารปลอมนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า นายสุเทพ ผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วม สาขาบางกะปิ เบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุราว 1 เดือนพยานได้สั่งให้จำเลยไปช่วยงานด้านสินเชื่อ ไม่ต้องไปทำหน้าที่พนักงานการเงิน นางสุคนธ์ สมุห์บัญชีว่า จำเลยมีหน้าที่พิมพ์หนังสืออยู่หน้าห้องผู้จัดการชั้นบนนางสาวอัจฉรา ผู้ช่วยสมุห์บัญชีก็ว่าปกติจำเลยนั่งประจำอยู่ชั้นบนหน้าห้องผู้จัดการ จำเลยเองก็ให้การไว้ในชั้นสอบสวนว่า ได้ลงมาช่วยทำนห้าที่พนักงานการเงินเฉพาะวันที่ 15และวันสิ้นเดือนของทุกเดือน และต้องได้รับคำสั่งจากแคชเชียร์หรือผู้จัดการจึงจะลงมาช่วยงานได้ แต่เช็คทั้งสามฉบับที่จำเลยเป็นผู้นำไปเสนอนางสุคนธ์และนางสาวอัจฉรา มิได้ยื่นในวันที่ 15 หรือวันสิ้นเดือน ข้ออ้างของจำเลยที่ว่า

รับเช็คไว้ตามหน้าที่จึงไม่เป็นความจริงยิ่งกว่านั้นเช็คทั้งสามฉบับมิใช่เป็นเช็คปลอมเพียงฉบับใดฉบับหนึ่ง แต่เป็นเช็คปลอมทั้งสามฉบับ ทั้งจำเลยนำไปยื่นต่อนางสุคนธ์ นางสาวอัจฉรา ต่างวันก็มิใช่ในวันเดียว จึงไม่เชื่อว่าจะเป็นเหตุบังเอิญดังจำเลยกล่าวในฎีกา นอกจากนี้แต่ละครั้งที่จำเลยนำเช็คไปยื่น จำเลยก็นำไปฝากโอนเงินเข้าธนาคารต่างสาขาไปยื่นด้วยในวันเดียวกัน จำนวนเงินในใบฝากเงินตรงกับจำนวนเงินตามเช็ค และโอนเงินไปเข้าบัญชีของนายบัณฑิตที่ธนาคารโจทก์ร่วมสาขาบางเขน ข้อที่จำเลยว่าถ้าจำเลยมีเจตนาทุจริต จำเลยรับเงินสดไปทันทีจะปลอดภัยกว่า

ศาลฎีกาเห็นว่าหากจำเลยรับเงินสดไปจะส่อพิรุธเพราะจำเลยอ้างว่า มีผู้อื่นนำเช็คมายื่นมิใช่จำเลย ถ้าจะรับเงินสดก้ต้องมีผู้มารับเงินไป หากจำเลยเอาเงินสดไปเองก็จะเป็นที่ผิดสังเกตของผู้ร่วมงาน การโอนเงินเข้าบัญชีชื่อผู้อื่นหากมีการสอบถามชื่อเจ้าของบัญชีก็จะได้รับแจ้งว่านายบัณฑิตเป็นเจ้าของบัญชีทั้ง ๆ ที่ความจริงจำเลยแต่ผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจถอนเงินจากบัญชีของนายบัณฑิต จำเลยอ้างว่านายจิตติพันธ์ อมรพันธ์ เป็นผู้นำเช็คมาเบิกเงินและฝากเงินเข้าบัญชีที่จำเลยสั่งจ่ายได้คือธนาคารโจทก์ร่วมสาขาบางเขน แต่จำเลยมิได้นำตัวบุคคลดังกล่าวมาเบิกความเป็นพยาน ซึ่งจะมีตัวอยู่จริงหรือไม่ก็ไม่ปรากฏแน่ชัด จำเลยอ้างว่านายจิตติพันธ์

อมรพันธ์ ชอบพอจำเลย จึงฝากเงินเข้าบัญชีไว้แล้วมาขอรับภายหลังไม่มีเหตุผลควรเชื่อ เงินตามเช็คที่จำเลยว่านายจิตติพันธ์ อมรพันธ์ ฝากเข้าบัญชีของจำเลยเป็นจำนวนเกือบสองแสนบาท โดยที่ผู้ฝากไม่สามารถเบิกได้หากจำเลยถึงแก่ความตายผู้ฝากก็ย่อมสูญเงินเปล่า ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยเป็นผู้เล่าเรื่องการรับเช็คไว้ให้โจทก์ร่วมทราบเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้น ไม่มีพยานโจทก์คนใดเบิกความรับรองเรื่องนี้ นายสุเทพผู้จัดการเบิกความว่า เมื่อพบว่าเช็คเอกสารหมาย จ.5 ปลอมจึงรายงานไปทางสำนักงานใหญ่ของธนาคารโจทก์ร่วม ทางสำนักงานใหญ่ส่งคนมาตรวจสอบจึงพบเช็คเอกสารหมาย จ.8 จ.9 แม้จะไม่มีพยานหลักฐานอันใดบ่งชี้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมเช็คทั้งสามฉบับหรือมีส่วนร่วมในการปลอมเช็คดังกล่าว แต่พฤติการณ์ของจำเลยก็บ่งชี้ว่า

จำเลยรู้ว่าเช็คตามฟ้องทั้งสามฉบับเป็นเอกสารปลอม การที่จำเลยนำเช็คตามฟ้องทั้งสามฉบับไปแสดงต่อพนักงานธนาคารโจทก์ร่วม สาขาบางกะปิ โดยปกปิดความจริงจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อสั่งจ่ายเงินตามเช็คทั้งสามฉบับเข้าบัญชีเงินฝากซึ่งจำเลยเป็นผู้มีอำนาจถอนเงินได้แต่ผู้เดียว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนข้อที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ร่วมนั้น เห็นว่าโจทก์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน จำนวน202,700 บาท ที่จำเลยฉ้อโกงไปคืนแก่ผู้เสียหายมาท้ายฟ้องและโจทก์ร่วมได้เสียค่าธรรมเนียมมาถูกต้องแล้ว เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิด จำเลยจึงต้องคืนหรือใช้เงินตามฟ้องให้โจทก์ร่วม ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 202,700 บาทแก่โจทก์ร่วมด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2563

จำเลยปลอมใบสมัครบัตรเครดิตและบัตรวงเงินสดหมุนเวียนของโจทก์ร่วม ใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานในการขอออกบัตร โดยจำเลยใช้เอกสารของผู้เสียหายที่ 2 ที่จำเลยปลอมขึ้นไปแสดงต่อพนักงานของโจทก์ร่วมพร้อมกับแสดงตนว่าเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8013/2561

โจทก์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดอันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ฟ้อง และเป็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4243/2555

การที่ผู้เสียหายที่ 2 ส่งมอบบัตรเครดิตไปให้ผู้เสียหายที่ 1 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่ผู้เสียหายที่ 1 ระบุไว้ในใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิต แม้ผู้เสียหายที่ 1 จะย้ายออกไปจากบ้านเช่าหลังดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12582/2547

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอมบัตรเครดิตวีซ่าและนำบัตรเครดิตที่ปลอมนั้นไปใช้หลอกลวงร้านค้า ห. ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าเป็นผู้มีชื่อถือบัตรเครดิตดังกล่าว และได้ไปซึ่งกระเป๋าของกลาง 2 ใบ โดยมิได้บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2536

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันนำโฉนดที่ดินที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นโฉนดที่ดินปลอมไปใช้หลอกลวงโจทก์ร่วมเพื่อให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อยอมให้กู้เงินตามที่จำเลยทั้งสามต้องการ เป็นการร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้