Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 630926)

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้งสองสำนวนให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้ส่งสำนวนและคำพิพากษาคืนศาลฎีกา ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันดังกล่าว จำเลยทั้งสามทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าจำเลยทั้งสามทิ้งฟ้องฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 (เดิม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกทั้งหมดของเจ้ามรดกในอัตราส่วนที่เท่ากัน (ยกเว้นที่ตึกตรงที่ดินจัดสรร) ตามข้อกำหนดในพินัยกรรมของเจ้ามรดกฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2549 ให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์มรดกดังกล่าวตามกฎหมาย ห้ามมิให้บุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายเข้าเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกที่โจทก์ทั้งสองได้รับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารออกจากที่ดินและบ้านเลขที่ 21/13 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 25856 และ 25857 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่ดินและอาคารชื่อ ส.ธนากิตติ์แมนชั่น เลขที่ 123 หมู่ที่ 6 ตำบลประชาธิปัตย์

อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 88205 ที่ดินและอาคารบนโฉนดเลขที่ 98198 ที่ดินและอาคารเลขที่ 127 ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 46093 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สิน คนงาน และสิ่งของต่าง ๆ ของจำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารออกจากที่ดินและอาคารมรดกดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารส่งมอบที่ดินและอาคารทั้งหมดข้างต้นคืนแก่โจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารรบกวนการครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ในทรัพย์มรดกดังกล่าวของโจทก์ทั้งสอง หรือทรัพย์มรดกอื่น ๆ ที่โจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับตามพินัยกรรมของผู้ตาย และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบเงินดอกผลในทรัพย์มรดกที่จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารได้รับไปเป็นเงิน 950,000 บาท คืนแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นในสำนวนแรกให้ยกและให้ยกฟ้องสำนวนที่สอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามไม่ต้องร่วมกันคืนเงินให้โจทก์ทั้งสอง 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์ทั้งสองเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้งสองสำนวนให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้ส่งสำนวนและคำพิพากษาคืนศาลฎีกา ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันดังกล่าว จำเลยทั้งสามทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าจำเลยทั้งสามทิ้งฟ้องฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 (เดิม) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กึกก้อง สมเกียรติเจริญ · ประยูร ณ ระนอง · สุรทิน สาเรือง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางวัลลิภา เนติบันลือฤทธิ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ319/2560
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ150/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ268/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า รับเป็นฎีกาของจำเลยที่ 1 สำเนาให้ผู้สวมสิทธิแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แก้ฎีกา ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2554

ทนายผู้ร้องทำใบมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นฎีกา นำหมายและรับทราบคำสั่ง ปรากฏว่า เสมียนทนายผู้ร้องได้นำฎีกาของผู้ร้องมายื่นต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 13 มิถุนายน 2551 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4889/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8143/2548

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เป็นผู้จัดการนำส่งสำเนาอุทธรณ์โดยมีคำสั่งว่า "รับอุทธรณ์ของโจทก์สำเนาให้จำเลยแก้ภายใน 15 วัน ให้โจทก์นำส่งภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด หากส่งไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6726/2547

ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยของเงินต้นแต่ละช่วงเวลาจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง จำเลยต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ทั้งในส่วนของต้นเงินและดอกเบี้ยของเงินต้นแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้