Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6315/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญากู้และสัญญาจำนองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่งและมาตรา 714 บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ จึงเป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง เมื่อโจทก์มีสัญญากู้และสัญญาจำนองมาแสดง จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างว่ายังมีข้อตกลงเพิ่มเติมไปกว่าข้อความที่มีอยู่ในสัญญาทั้งสองนั้นอยู่อีก จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ปัญหาข้อกฎหมายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) นี้ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)ประกอบด้วยมาตรา 246 และ มาตรา 247

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2526 จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 2,000,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนภายในวันที่ 14 ของเดือน กำหนดชำระเงินต้นคืนภายใน 730 วัน นับแต่วันทำสัญญากู้ เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้จำเลยได้ทำสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 73369เลขที่ดิน 5044 ตำบลสามเสนนอก (บางซื้อฝั่งใต้)อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร ไว้กับโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นจำนวน 1,990,000 บาท หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 73369 เลขที่ดิน 5044ตำบลสามเสนนอก (บางซื่อฝัางใต้) อำเภอพญาไทกรุงเทพมหานคร ออกขายทอดตลาดหากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยให้การว่า

จำเลยได้ทำกิจการแบ่งที่ดินพร้อมปลูกบ้านขายใช้ชื่อโครงการว่า หมู่บ้านภัทรนิเวศน์โจทก์ตกลงทำสัญญาให้จำเลยกู้ยืมเงินมาดำเนินโครงการจนกว่าจะสำเร็จ โอนขายให้แก่ลูกค้าได้ โดยให้จำเลยนำหลักทรัพย์ไปจดทะเบียนจำนองไว้มีข้อตกลงว่าจะไม่บังคับตามสัญญาและจะเพิกถอนสัญญากู้ สัญญาจำนอง เมื่อโครงการหมู่บ้านภัทรนิเวศน์เสร็จ โอนขายให้ลูกค้า และลูกค้านำที่ดินพร้อมบ้านไปจดทะเบียนจำนองกู้เงินกับโจทก์ แต่โจทก์ผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,990,000 บาทแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 73369 เลขที่ดิน5044 ตำบลสามเสนนอก (บางซื้อฝั่งใต้) อำเภอพญาไทกรุงเทพมหานคร ออกขายทอดตลาด หากได้เป็นไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาบางส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

จำเลยจะต้องรับผิดตามสัญญากู้และสัญญาจำนองที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่าข้ออ้างตามคำให้การจำเลยนั้นเป็นเรื่องจำเลยอ้างว่ามีข้อตกลงกับโจทก์นอกเหนือไปจากข้อสัญญากู้และสัญญาจำนองอยู่อีก กล่าวคือโจทก์ตกลงให้จำเลยกู้เอาเงินไปดำเนินโครงการหมู่บ้านภัทรนิเวศน์จนสำเร็จสามารถโอนขายแก่ลูกค้าได้ โจทก์จะไม่บังคับตามสัญญากู้และสัญญาจำนองที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์ แต่จะเพิกถอนสัญญากู้และสัญญาจำนองให้เมื่อโครงการหมู่บ้านภัทรนิเวศน์สำเร็จโอนขายให้ลูกค้าแล้วลูกค้านำบ้านและที่ดินไปจดทะเบียนจำนองในการกู้เงินกับโจทก์ แต่ปรากฏว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่ยอมให้จำเลยกู้เงินมาดำเนินโครงการหมู่บ้านภัทรนิเวศน์สำเร็จตามที่ตกลงไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง

จำเลยจึงมีภาระที่จะต้องนำสืบตามข้อกล่าวอ้างนั้นกรณีหาใช่จำเลยต่อสู้ว่าสัญญากู้และสัญญาจำนองไม่สมบูรณ์เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางเนื่องจากโจทก์และจำเลยมีนิติกรรมที่แท้จริงใดอันผูกพันกันอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะต้องบังคับกันตามนิติกรรมที่ถูกต้องที่แท้กันอยู่อีกไม่ ฉะนั้นเมื่อสัญญากู้และสัญญาจำนองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง และมาตรา 714 บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือจึงเป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง เมื่อโจทก์มีสัญญากู้และสัญญาจำนองมาแสดงแล้วการที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างว่า ยังมีข้อตกลงเพิ่มเติมไปกว่าข้อความที่มีอยู่ในสัญญาทั้งสองนั้นอยู่อีก จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)ศาลไม่อาจที่จะรับฟังคำพยานบุคคลของจำเลยดังกล่าวได้ฉะนั้น

การที่จำเลยฎีกาเพื่อให้ศาลฟังข้อเท็จจริงตามคำพยานบุคคลของจำเลยมิได้ให้ฟังตามพยานเอกสาร ศาลฎีกาจึงไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ตามสัญญากู้และจำนองที่ดินเป็นประกันโดยไม่มีข้อตกลงนอกเหนือไปจากข้อความตามสัญญากู้และสัญญาจำนอง จำเลยต้องรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยในผลปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) นี้ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบด้วย มาตรา 246 และมาตรา 247พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · จำลอง สุขศิริ · สมบัติ เดียวอิศเรศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5292/2548

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้เป็นเรื่องการเล่นแชร์กัน การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยเล่นแชร์กับโจทก์และจำเลยประมูลแชร์ได้ โจทก์ซึ่งเป็นนายวงแชร์ให้จำเลยทำสัญญากู้เงินเพื่อเป็นประกันว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2538

แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวเพราะเห็นว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6601/2558

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ทำกับ ส. ข้อ 1 ระบุว่า ส. จะขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ ข้อนี้จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีมาตั้งแต่ยื่นคำให้การใน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์เพื่อเป็นหลักฐานการรับเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่โจทก์ทำกับจำเลย และจำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำได้เนื่องจากโจทก์เป็นฝ่ายผิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้