Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 632/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนศาลวินิจฉัยว่า ทางที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเดิมเป็นลำรางสาธารณะต่อมาตื้นเขินกลายเป็นทาง โจทก์ทั้งสี่จึงอ้างว่าได้ภาระจำยอมไม่ได้ แต่คดีนี้มีประเด็นว่าทางกว้างประมาณ2 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ในที่ดินของจำเลยเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ ประเด็นที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยในคดีนี้ จึงมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อนฟ้องของโจทก์ทั้งสี่จึงมิใช่ฟ้องซ้ำกับคดีก่อน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 19, 142 และ 393 ตำบลกะรนอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินและบ้านบนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 456/49 ในการเข้าไปในที่ดิน ที่นา บ้านและสวนมะพร้าวของโจทก์ทั้งสี่ต้องผ่านทางสาธารณะซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของจำเลยด้านทิศตะวันออกซึ่งแต่เดิมเป็นลำรางสาธารณประโยชน์ แต่ได้ตื้นเขินขึ้นมา มีความกว้างประมาณ 1.8 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลยและโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เดิมโจทก์ทั้งสี่และชาวบ้านใช้เป็นทางเกวียน ต่อมาโจทก์ทั้งสี่และชาวบ้านได้ใช้รถยนต์ผ่านเข้าออกโดยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยตลอดแนวทางทิศตะวันออกกว้างประมาณ 2 เมตร

ยาวประมาณ 18 เมตร ด้วยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาใช้เป็นทางผ่านเพื่อประโยชน์ร่วมกัน เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จึงตกเป็นทางภาระจำยอมแล้ว ต่อมาจำเลยได้ก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กล้ำเข้าไปในทางภาระจำยอมกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร และนำขอนไม้ไปวางกีดขวางบนทางภารจำยอม เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่ไม่สามารถใช้รถยนต์ผ่านเข้าออกทางภารจำยอมได้ ขอให้พิพากษาว่าทางที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินด้านทิศตะวันออก กว้างประมาณ 2 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลยประมาณ 18 เมตร เป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยไปจดทะเบียนนิติกรรมตามกฎหมายหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนกำแพงที่จำเลยสร้างตลอดแนวที่ดินภารจำยอมและนำสิ่งกีดขวางต่าง

ๆ ออกไปให้หมด มิฉะนั้นให้โจทก์ทั้งสี่เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายและให้โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยบรรดาค่าใช้จ่ายที่ออกทดรองไปก่อนจำเลยให้การว่า ทางสาธารณะที่อยู่ติดที่ดินจำเลยด้านทิศตะวันออกเป็นทางเดินกว้างเพียง 1 เมตร เท่านั้น แต่เมื่อประมาณ2 ปี มานี้ โจทก์ทั้งสี่นำรถยนต์ผ่านทางเดินสาธารณะดังกล่าวเพื่อเข้าออกที่ดินของโจทก์ทั้งสี่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลย ซึ่งจำเลยก็ยินยอมให้โจทก์ทั้งสี่ผ่านไปชั่วคราว ต่อมาโจทก์ทั้งสี่ต้องการใช้ที่ดินของจำเลยส่วนที่ถูกรุกล้ำเป็นทางรถยนต์ตลอดไปจึงได้ขยายทางเดินสาธารณะรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลยด้านทิศตะวันออกให้กว้างออกไป 1.8 เมตร เพื่อความสะดวกในการใช้รถยนต์ผ่านเข้าออก

จำเลยเห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้ให้เนิ่นนานออกไปจะทำให้ที่ดินของจำเลยด้านทิศตะวันออก ตกอยู่ภายใต้ภารจำยอมตามกฎหมายได้ จึงได้สร้างกำแพงกั้นไว้เป็นการป้องกันสิทธิในที่ดินของจำเลยฟ้องของโจทก์ทั้งสี่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 409/2530ของศาลชั้นต้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ทั้งสี่ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 409/2530 ของศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่าฟ้องของโจทก์ทั้งสี่ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 409/2530 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่าคดีก่อนคือคดีหมายเลขแดงที่ 409/2530 ของศาลชั้นต้นนั้น

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางภารจำยอมโดยอ้างว่าได้ภารจำยอมโดยอายุความเป็นทางรถยนต์กว้างประมาณ 4 เมตร แต่อ้างว่าทางพิพาทนั้นเดิมเป็นลำรางสาธารณะและตื้นเขินกลายเป็นทาง ศาลจึงวินิจฉัยว่าเมื่อทางพิพาทนั้นเป็นลำรางสาธารณะซึ่งตื้นเขิน จึงไม่อาจอ้างว่าได้ภารจำยอมคดีถึงที่สุดแล้ว

โจทก์ทั้งสี่จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อ้างว่าทางสาธารณะที่เดิมเป็นลำรางสาธารณะนั้น กว้างเพียง 1.8 เมตรแต่โจทก์ทั้งสี่และชาวบ้านได้ใช้รถยนต์ผ่านทางนั้นและรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยอีกประมาณ 2 เมตรยาวประมาณ 18 เมตร โดยสงบเปิดเผย และด้วยเจตนาใช้เป็นทางผ่านเข้าออกเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วทางกว้าง 2 เมตร ในที่ดินของจำเลยจึงเป็นทางภารจำยอมดังนั้นประเด็นในคดีก่อนและประเด็นในคดีนี้จึงต่างกัน เพราะคดีก่อนศาลวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่า เมื่อทางที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเดิมเป็นลำรางสาธารณะและต่อมาตื้นเขินกลายเป็นทาง โจทก์ทั้งสี่จึงอ้างว่าได้ภารจำยอมไม่ได้ แต่คดีนี้มีประเด็นตามคำฟ้องว่า ทางกว้างประมาณ2 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ในที่ดินของจำเลยเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่

ส่วนปัญหาว่าคดีก่อนโจทก์ทั้งสี่อ้างว่าลำรางสาธารณะที่ตื้นเขินกลายเป็นทางกว้างประมาณ 4 เมตรจะคลุมถึงทางรถยนต์ที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้ว่าอยู่ในที่ดินของจำเลยกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร หรือไม่นั้นจำเลยให้การในคดีก่อนว่าทางสาธารณะกว้างเพียงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น และโจทก์ทั้งสี่ใช้รถยนต์ผ่านทางเข้ามาในที่ของจำเลยกว้างประมาณ 1.8 เมตร จำเลยจึงสร้างกำแพงกั้น ดังนั้น ประเด็นข้อที่ว่าทางสาธารณะจะคลุมถึงทางที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้หรือไม่ศาลยังมิได้วินิจฉัยในคดีก่อนประเด็นที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยในคดีนี้ จึงมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อน ฟ้องของโจทก์ทั้งสี่ในคดีนี้จึงมิใช่ฟ้องซ้ำกับคดีก่อนคือคดีหมายเลขแดงที่ 409/2530 ของศาลชั้นต้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าฟ้องของโจทก์ทั้งสี่ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 และพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตต์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7637/2538

ข้อตกลงที่หม่อมหลวง ด.ยอมให้บริษัทรถไฟสร้างถนนผ่านที่ดินของหม่อมหลวง ด.เป็นทางเข้าออกจากสถานีรถไฟคลองสานสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยาเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยของบริษัทรถไฟโดยบริษัทรถไฟ มิได้ตกลงให้หม่อมหลวง ด.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1963/2537

ภารจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายก่อตั้งขึ้นสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 4 ลักษณะ 4 ฉะนั้น ผู้ที่จะฟ้องบังคับภารจำยอมได้ต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ที่ดินที่โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2481

ลำรางในที่ดินของเอกชน+เจ้าของที่ดินได้ปล่อยให้เรือเดินไปมากว่า 10 ปี แต่ไม่ปรากฎว่าเจ้าของที่ดินได้เวนคืนหรือสละกรรมสิทธิ์โดยการยกให้อย่างไรแล้ว ไม่ทำให้ลำรางนั้นกลายเป็นที่สาธารณะขึ้นกรณีดังนี้เพียงแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5163/2566

ผ. และ ม. เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1625 ได้ยกทางพิพาทให้ทายาทซึ่งเป็นบุตรทั้งแปดคนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะตั้งแต่ก่อนปี 2534 กับทั้งแบ่งที่ดินให้ทายาทครอบครองและสร้างบ้านพัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้