Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การให้สัตยาบันคือการแสดงการรับรองยอมรับผิดในหนี้นั้นหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังที่ระบุไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 142 โจทก์มี หนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ที่ภริยาจำเลยกู้เงินโจทก์ จำเลยแจ้งว่าจำเลยยอมรับผิดชดใช้เฉพาะหนี้เงินกู้รายหนึ่ง ส่วนหนี้เงินกู้รายอื่นจำเลยไม่ทราบเรื่อง กรณีจึงฟังไม่ได้ว่าหนี้เงินกู้รายอื่นที่ภริยาจำเลยก่อขึ้นนั้น จำเลยได้ให้สัตยาบันด้วย จำเลยต้องรับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกของภริยา แต่ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 360,000 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า เงินจำนวน 160,000 บาทที่นางอังคณา เทพาคำ กู้ยืมไปจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 เป็นหนี้ร่วมกันหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเงินจำนวน 160,000 บาทที่นางอังคณา เทพาคำ กู้ยืมไปจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 มีที่มาจากการกู้ 3 ครั้ง คือครั้งที่ 1 เป็นเงิน 70,000 บาท ครั้งที่ 2 เป็นเงิน 50,000 บาท ครั้งที่ 3 เป็นเงิน 40,000 บาท การกู้ครั้งที่ 1 โจทก์เบิกความว่าการกู้ครั้งนี้ไม่ทราบว่านางอังคณาเอาเงินไปทำอะไร การกู้ครั้งที่ 2 โจทก์เบิกความว่านางอังคณาได้บอกว่าจะนำไปซื้อรถยนต์ใช้เอง การกู้ครั้งที่ 3 โจทก์เบิกความว่านางอังคณาพูดว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปทำประโยชน์ให้แก่บุตรของตน แต่ทำประโยชน์อะไรไม่ปรากฏจะฟังว่ากู้เอาไปใช้จ่ายการศึกษาของบุตรก็รับฟังไม่ได้เพราะบุตรยังเล็กอยู่ นอกจากโจทก์แล้ว โจทก์คงมีนางบุญมี จำรูญจันทร์ เป็นพยานเบิกความว่านางอังคณาเคยเล่าให้ฟังว่านางอังคณาเคยไปเอาเงินจากโจทก์ไปออกดอกให้คนกู้เอากำไร

ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำพยานโจทก์ดังกล่าวรับฟังไม่ได้ว่านางอังคณา เทพาคำ กู้เงินโจทก์ทั้งสามครั้งเอาไปใช้จ่ายเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูรักษาพยาบาลครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรดังที่โจทก์อ้างในคำฟ้อง ส่วนที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์และเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งจำเลยกับนางอังคณา เทพาคำ ทำด้วยกันนั้นเห็นว่าหนี้เงินกู้ดังกล่าวนางอังคณา เทพาคำ ก่อขึ้นเป็นการส่วนตัวโดยนางอังคณาเทพาคำ เป็นหญิงมีสามีมิได้รับอนุญาตของจำเลยผู้เป็นสามีอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 38 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น หนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นหนี้เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์หรือเป็นหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกันส่วนที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่าหนี้เงินกู้ดังกล่าวจำเลยได้ให้สัตยาบันแล้วนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการให้สัตยาบันก็คือการแสดงการรับรองยอมรับผิดในหนี้นั้นด้วยหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังที่ระบุไว้ในมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวนทั้งหมด จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า จำเลยยอมรับผิดชดใช้เฉพาะหนี้เงินกู้จำนวน 200,000 บาทที่จำเลยให้ความยินยอมไว้เท่านั้น ส่วนหนี้เงินกู้รายอื่นจำเลยไม่ทราบเรื่อง กรณีจึงฟังไม่ได้ว่าหนี้เงินกู้จำนวน 160,000 บาทที่นางอังคณา เทพาคำ ก่อขึ้นนั้น จำเลยได้ให้สัตยาบันดังโจทก์อ้างศาลฎีกาจึงเห็นว่าเงินจำนวน 160,000 บาท ที่นางอังคณา เทพาคำ กู้ยืมไปจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 ไม่ใช่เป็นหนี้ร่วมกันตามที่ระบุไว้ในมาตรา 1482 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น

จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวในเงินจำนวนดังกล่าว ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวในหนี้เงินกู้ 160,000 บาทกับดอกเบี้ยตามเอกสารหมาย จ.4 ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความสองศาลเป็นเงิน 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2561

จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 และ ว. บุตรจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการ โดยกรรมการคนหนึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทผูกพันจำเลยที่ 1 โจทก์ทำสัญญาจ้างเหมาจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 559064)

ที่ผู้ร้องสอดโต้แย้งโจทก์เกี่ยวกับสัญญายุติข้อพิพาทและสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีมีปัญหาตีความข้อความในสัญญา และตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดก็ไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องนำสืบพยานหลักฐานในข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4230/2555

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 39 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้ามีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลตามความในมาตรา 31 ท่านห้ามมิให้ศาลประทับเป็นฟ้องตามกฎหมาย เว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่าผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125/2551

คำร้องของจำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ต้องเสียหายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง การยื่นคำร้องของจำเลยที่ 1 จึงต้องกระทำก่อนการบังคั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2906/2548

ตามสัญญากู้เงินข้อ 1 นะบุว่า ในระยะ 3 ปีแรกนับแต่วันทำสัญญากู้เงิน โจทก์มึสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราคงที่หลังจากนั้นโจทก์จึงมีสิทธิปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นได้ แต่ถ้าจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้เมื่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้