Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบตามข้อต่อสู้ว่าโจทก์ได้ขาดจากการเป็นสามีภริยากับเจ้ามรดกแล้ว เมื่อจำเลยไม่มีพยานหลักฐานว่าเจ้ามรดกขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2478 อันเป็นวันที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง บรรพ 5 และเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง บรรพ 5 แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์กับเจ้ามรดกทำหนังสือยินยอมหย่ากัน หรือศาลพิพากษาให้หย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1497, 1498 จึงต้องถือว่าโจทก์กับเจ้ามรดกยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายตลอดมา ในการชี้สองสถาน ศาลมิได้กะประเด็นเรื่องภริยาร้างไว้ และจำเลยมิได้โต้แย้ง ถือได้ว่าจำเลยยินยอมดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นไว้เท่านั้น จำเลยฎีกาว่าโจทก์เป็นภริยาร้าง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ก่อนวันประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ และต่างมีสินเดิมด้วยกัน เกิดสินสมรสเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แต่เจ้ามรดกได้ให้จำเลยซึ่งเป็นนางบำเรอลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดแทนเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ดังกล่าวทั้งหมดให้จำเลยเกินส่วนของตนในสินบริคณห์โจทก์ให้จำเลยส่งทรัพย์ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งทรัพย์ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง

จำเลยให้การว่าโจทก์มีสัมพันธ์ทางชู้สาวกับเจ้ามรดก แต่เจ้ามรดกไม่ได้รับรองเลี้ยงดูโดยเปิดเผยฉันเป็นภริยาอันจะถือว่าเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มิเคยแสดงตัวว่าเป็นภริยาหรือติดต่อเกี่ยวข้องกับเจ้ามรดกจนถึงวันตายในเวลา ๕๐ ปี ดังนั้นแม้จะฟังว่าโจทก์เป็นภริยาเจ้ามรดก ก็ต้องถือว่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันแล้วหรือร้างกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกจนเจ้ามรดกตายโจทก์และเจ้ามรดกต่างมีสินเดิมมาด้วยกัน โจทก์มีสิทธิแบ่งสินสมรสมีที่ดินและเงินฝากในธนาคาร พิพากษาให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์หนึ่งในสาม

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่ภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ถ้าหากเป็นก็ร้างกันไปแล้ว จึงไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งสินสมรสเงินฝากในธนาคารส่วนที่ดินจำเลยออกเงินซื้อแต่ผู้เดียว ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ โจทก์ขาดจากการเป็นสามีภริยากับเจ้ามรดกแล้วหรือไม่ เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบ แต่จำเลยหามีพยานหลักฐานสนับสนุนว่าเจ้ามรดกได้ขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ อันเป็นวันที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ไม่และเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์กับเจ้ามรดกได้ทำหนังสือยินยอมหย่ากัน หรือศาลพิพากษาให้หย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๙๗, ๑๔๙๘ ซึ่งใช้บังคับขณะนั้น จึงต้องถือว่าโจทก์กับเจ้ามรดกยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายตลอดมา

เจ้ามรดกได้เสียกับจำเลยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๐ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ที่พิพาทได้มาระหว่างที่โจทก์กับเจ้ามรดกยังเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ เจ้ามรดกและจำเลยได้ร่วมกันซื้อที่พิพาทไว้จึงมีกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง สำหรับเงินฝากในธนาคารจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าไม่ใช่สินสมรส โจทก์จึงมีส่วนได้ในเงินดังกล่าวหนึ่งในสามตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าเป็นภริยาร้าง ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างนี้ไม่เป็นสินสมรสนั้น เห็นว่าจำเลยให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่าโจทก์และเจ้ามรดกขาดจากการเป็นสามีภริยากันแล้วหรือร้างกัน แต่ในการชี้สองสถาน ศาลมิได้กะประเด็นเรื่องภริยาร้างไว้และจำเลยมิได้โต้แย้ง ถือได้ว่าจำเลยยินยอมดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นไว้เท่านั้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์หนึ่งในหก นอกนั้นคงไว้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย
ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6454/2558

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7152/2553

ป.พ.พ. มาตรา 1497 บัญญัติว่า "การสมรสที่เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืนมาตรา 1452 บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้" การสมรสซ้อนตามมาตรา 1452 จึงอาจเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6735/2548

แม้บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นจะระบุว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นพิพาท ต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1141 แต่บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงข้อสันนิษฐานตามกฎหมายที่ไม่เด็ดขาด คู่ความมีสิทธินำสืบหักล้างได้ เมื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2548

คู่ความตกลงท้ากันโดยถือเอาผลของการรังวัดที่ดินแปลงพิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งทางราชการได้ออกให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะในคดี เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้