Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 634891)

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้อง นางสาว ร. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดิน

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้อง นางสาว ร. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดิน จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ กับที่ ๓ ซึ่งเป็นเอกชน อ้างว่า โจทก์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นำคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตั้งจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้จัดการมรดก ไปแจ้งต่อจำเลยที่ ๑ ให้โอนที่ดินทรัพย์มรดกของมารดา จำนวน ๒๐ แปลง ให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก ทั้งที่จำเลยทั้งสามรู้ดีว่าคำสั่งศาลที่ตั้งจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้จัดการมรดกนั้น ยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากโจทก์อุทธรณ์คำสั่ง และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ทำให้โจทก์เสียหาย

ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง ๒๐ แปลง ให้กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้ามรดก เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เข้ามาในคดีร่วมกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นเอกชนและเป็นทายาท โดยตั้งรูปเรื่องเป็นการฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองว่าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาด้วยก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาคำฟ้องและคำขอบังคับของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ไม่มีสิทธินำคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตั้งจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้จัดการมรดก

ไปประกอบการยื่นคำขอให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินมรดกของมารดาโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ เนื่องจากคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกยังไม่ถึงที่สุด จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงไม่มีสิทธิจัดการมรดก และมีคำขอให้ทรัพย์มรดกกลับคืนสู่กองมรดก กรณีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการจัดการทรัพย์มรดกของมารดาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะทายาท และเป็นเรื่องนิติสัมพันธ์ของบุคคลทางแพ่งระหว่างเอกชนด้วยกันเองมากกว่าการขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้