เนื้อความคำพิพากษา
แม้กองบัญชาการกองทัพไทย จำเลยที่ ๑ เป็นส่วนราชการ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗ และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาที่ ๒๑ เป็นหน่วยงานในสังกัดจำเลยที่ ๑ อันเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดี โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองโดยใช้รถแบ็คโฮขุดลอกลำห้วยยางตลอดแนวลำห้วยโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือแจ้งให้โจทก์ทั้งสองทราบ และไม่ใช้ความระมัดระวัง ขุดลอกรุกล้ำเข้ามาในแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และนำเอาดินที่ขุดลอกออกมาถมเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ซึ่งการกระทำละเมิดตามฟ้องดังกล่าวมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
อันจะเข้าหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ทั้งการที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองหรือไม่ เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง การที่จำเลยทั้งสองกระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสองก็เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง แต่หากที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จะเป็นผลให้จำเลยทั้งสองมีอำนาจเข้าไปขุดลอกลำห้วยและทำแนวคันดินได้โดยไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง ซึ่งเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ดังนั้น ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดและสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()