เนื้อความคำพิพากษา
คดีที่โจทก์ทั้งสามเป็นเอกชนยื่นฟ้องกรมทางหลวง จำเลย ขอให้บังคับจำเลยเชื่อมต่อทางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ กับทางหลวงสายมีนบุรี - ฉะเชิงเทรา (ถนนสุวินทวงศ์) เพื่อโจทก์ทั้งสามใช้เป็นทางสัญจรเข้าออกทางหลวงดังกล่าว กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย เห็นว่า แม้จำเลยเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามอ้างว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดซึ่งติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ ที่ปัจจุบันมีสภาพเป็นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงสายมีนบุรี - ฉะเชิงเทรา (ถนนสุวินทวงศ์) โดยโจทก์ทั้งสามเข้าออกสู่ทางหลวงโดยผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ แต่จำเลยไม่เปิดทางให้โจทก์ทั้งสามเชื่อมต่อทางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ กับทางหลวงดังกล่าว
ขอให้บังคับจำเลยเชื่อมต่อทางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ กับทางหลวงดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามกล่าวอ้างว่ามีสิทธิใช้ทางซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ เพื่อออกสู่ถนนสุวินทวงศ์เพียงประการเดียวเพื่อขอให้จำเลยอนุญาตให้โจทก์ทั้งสามทำทางเชื่อมกับถนนสุวินทวงศ์ได้ จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิใช้ที่ดินบริเวณพิพาทและที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ หรือไม่ ซึ่งหากโจทก์ไม่ได้สิทธิใดๆ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะขอเชื่อมต่อทางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๘ กับถนนสุวินทวงศ์ได้ อันเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ในทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยลักษณะข้อพิพาทไม่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามกฎหมายของจำเลยแต่อย่างใด และการที่จำเลยไม่เปิดทางโดยการไม่อนุญาตให้โจทก์ทั้งสามเชื่อมต่อทางก็ไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่จะถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ คดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาท ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เป็นคดีที่เจ้าของที่ดินอ้างการได้มาซึ่งสิทธิในการใช้ทาง เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องขอให้จำเลยเปิดทาง ซึ่งเป็นข้อพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()