Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 636322)

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องนายอำเภออุทุมพรพิสัย จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างว่า โจทก์และบิดามารดาของโจทก์ร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๕๖ เนื้อที่ ๗ ไร่ ๓ งาน ๖๑ ตารางวา ต่อเนื่องมากว่า ๖๐ ปี โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ในวันทำการรังวัด ผู้แทนของจำเลยคัดค้านการรังวัดโดยอ้างว่าโจทก์นำรังวัดรุกล้ำที่สาธารณ ประโยชน์ทางด้านทิศตะวันออกบางส่วน เนื้อที่ประมาณ ๒ งาน ๙๓ ตารางวา และจำเลยได้มีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานที่ดินด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า ที่ดินบริเวณที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ สำหรับกักเก็บน้ำจากฮ่องสำโรงเพื่อใช้อุปโภคและบริโภคภายในหมู่บ้านซึ่งมีมาตั้งแต่เมื่อประมาณ ๑๕๐ ปีที่ผ่านมา โดยไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ แต่เป็นที่ว่างเปล่าที่ราษฎรใน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องนายอำเภออุทุมพรพิสัย จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างว่า โจทก์และบิดามารดาของโจทก์ร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๕๖ เนื้อที่ ๗ ไร่ ๓ งาน ๖๑ ตารางวา ต่อเนื่องมากว่า ๖๐ ปี โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ในวันทำการรังวัด ผู้แทนของจำเลยคัดค้านการรังวัดโดยอ้างว่าโจทก์นำรังวัดรุกล้ำที่สาธารณ ประโยชน์ทางด้านทิศตะวันออกบางส่วน เนื้อที่ประมาณ ๒ งาน ๙๓ ตารางวา และจำเลยได้มีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานที่ดินด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า ที่ดินบริเวณที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์

สำหรับกักเก็บน้ำจากฮ่องสำโรงเพื่อใช้อุปโภคและบริโภคภายในหมู่บ้านซึ่งมีมาตั้งแต่เมื่อประมาณ ๑๕๐ ปีที่ผ่านมา โดยไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ แต่เป็นที่ว่างเปล่าที่ราษฎรในหมู่บ้านกันไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เป็นเหตุให้การขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ต้องหยุดชะงักลงและทำให้โจทก์ไม่ได้รับโฉนที่ดินเต็มตามจำนวนเนื้อที่ดินที่โจทก์ครอบครอง ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายของจำเลย

จำเลยให้การว่า ที่ดินที่โจทก์กล่าวอ้างการครอบครองทั้งหมด มีเนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ ๒ งาน ๖๘ ตารางวา ซึ่งมากกว่าเนื้อที่ที่ระบุไว้ใน น.ส. ๓ ของโจทก์ ถึง ๓ งาน ๗ ตารางวา ที่ดินพิพาทปรากฏทางสาธารณะที่ชาวบ้านใช้สัญจรมาจนถึงปัจจุบัน ที่พิพาทจึงเป็นที่ดินของรัฐอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เห็นว่า แม้จำเลยจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่การที่จำเลยคัดค้านการรังวัดเป็นการกระทำในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะซึ่งเป็นเพียงการใช้สิทธิของเจ้าของที่ดินข้างเคียงเช่นเดียวกับเอกชนทั่วไปในการระวังแนวเขตที่ดินอันเนื่องมาจากการที่โจทก์ขอรังวัดที่ดินของตนเพื่อการออกโฉนดที่ดิน

การคัดค้านการรังวัดที่ดินของจำเลยจึงมิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมายซึ่งจะเข้าลักษณะคดีพิพาท ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๕๖ ส่วนจำเลยคัดค้านว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้