Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมรู้ถึงการหลอกลวงตั้งแต่เดือนกันยายน 2527 แม้เพิ่งมีหลักฐานเมื่อเดือนธันวาคม 2527 แสดงว่าจำเลยฉ้อโกง ก็เป็นเรื่องของการหาหลักฐานในการดำเนินคดี อันเป็นคนละกรณีกับที่โจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวง อายุความต้องเริ่มนับแต่เดือนกันยายน 2527โจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์2528 จึงเกินกำหนด 3 เดือน เมื่อเป็นคดีความผิดอันยอมความได้คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์สินเป็นเงินไทย 900,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 6,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 3 ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 106,000มาร์คเยอรมนี หรือ 836,000 บาท แก่โจทก์ร่วมจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 และมอบเงินจำนวน 116,000มาร์คเยอรมนี ให้จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2527ทำสัญญาแล้วโจทก์ร่วมกลับไปประเทศเยอรมนีได้พูดคุยกับบุคคลต่าง ๆที่ประเทศเยอรมนี

ทราบว่าจำเลยที่ 2 คดโกงคนจนหลบหนีจากประเทศเยอรมนี เป็นคนต้องห้ามมิให้กลับประเทศ โจทก์ร่วมกลับมาประเทศไทยในเดือนกันยายน 2527 และขอถอนสัญญากับจำเลยที่ 2แต่จำเลยที่ 2 ไม่ยอมให้ถอน โจทก์ร่วมทราบว่าหนังสือเดินทางของจำเลยที่ 2 จะหมดอายุในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2528 โจทก์ร่วมจึงต่อรองขอให้จำเลยที่ 2 คืนเงินให้ เพราะจำเลยที่ 2 โกงเงินคนมามากจะต้องเดินทางหนีไปก่อนหนังสือเดินทางหมดอายุ ข้อเท็จจริงตามคำของโจทก์ร่วมดังกล่าวนั้น การที่โจทก์ร่วมขอเงินคืนจากจำเลยที่ 2 โจทก์ร่วมมิได้อ้างถึงเหตุผลใดที่จะขอถอนหุ้นและเงินคืนเมื่อกลับมาจากประเทศเยอรมนีในเดือนกันยายน 2527 ดังนั้นเหตุที่โจทก์ร่วมขอเงินคืนและถอนหุ้นเช่นนั้น จึงเป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวงให้ร่วมหุ้นซึ่งถ้ากรณีมีการหลอกลวงกันจริงก็แสดงว่าโจทก์ร่วมได้รู้ถึงการหลอกลวงตั้งแต่เดือนกันยายน 2527

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าโจทก์ร่วมได้สืบทราบในเดือนธันวาคม 2527 โดยมีหลักฐานแสดงว่าจำเลยทั้งสองฉ้อโกงโจทก์ร่วมนั้น เป็นเรื่องของการหาหลักฐานในการดำเนินคดี อันเป็นคนละกรณีกับที่โจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวง จะเอาเดือนธันวาคม 2527มานับเริ่มต้นอายุความไม่ได้ อายุความต้องเริ่มนับแต่เดือนกันยายน 2527 อันเป็นวันที่ถือว่าโจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวงโจทก์ร่วมมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 19กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งเกินกำหนด 3 เดือน เมื่อคดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567

ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2567

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์โดยการหลอกลวงแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้โจทก์โอนเงิน 1,000,000 บาทให้จำเลยที่ 1 โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 อั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2566

ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับบุคคลที่กระทำความผิดและผู้ถูกกระทำที่มีความสัมพันธ์กันในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง เมื่อมีการกระทำความผิดต่อกัน ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานเกิดขึ้นในครอบค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้