Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นการผิดถูกชอบหรือไม่นั้น เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองโดยคู่ความมิต้องอุทธรณ์ แม้ทนายจำเลยจะทำยอมความในศาลโดยบกพร่องในอำนาจก็ตามหากศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษานั้นก็มีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จำเลยร้องว่าทนายจำเลยทำยอมในศาลโดยไม่มีอำนาจขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องจำเลยก็มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์แต่อย่างไร ดังนี้ศาลชั้นต้นนั้นเองจะกลับมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่อีกหาได้ไม่เพราะไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อผิดพลาดเล็กน้อยตามที่ยกเว้นไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่สวน 1 แปลงเป็นของโจทก์ โจทก์ตั้งใจจะแบ่งด้านทิศเหนือให้จำเลย แต่จำเลยต้องช่วยแผ้วถางส่วนที่เหลือ จำเลยอาศัยอยู่ในที่ชั่วคราว ครั้น พ.ศ. 2500 จำเลยแสดงเป็นปฏิปักษ์จะเอาที่ดินทั้งแปลง จึงขอให้ขับไล่จำเลยให้การว่า สวนยางเป็นของจำเลยครั้นวันที่ 16 ตุลาคม 2501 ได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลโดยโจทก์แบ่งที่ให้จำเลยส่วนหนึ่ง และจำเลยยอมให้เงินโจทก์ 300 บาทศาลได้พิพากษาตามยอมต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม 2501

จำเลยยื่นคำร้องว่าทนายจำเลยทำสัญญายอมโดยพลการและโดยไม่มีอำนาจ จำเลยมิได้มาทำยอมเองใบแต่งทนายหาได้ระบุให้อำนาจทนายทำยอมไม่ ขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลมีคำสั่งวันที่ 10 พฤศจิกายน 2501 ว่าศาลไม่อาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาเพราะพิพากษาไปแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยต่อมาวันที่ 21 มิถุนายน 2503

โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยขัดขวางในการที่เจ้าพนักงานทำการปักหลักเขต ศาลเรียกคู่ความมาพร้อมแล้วมีคำสั่งว่า ทนายทำสัญญาประนีประนอมยอมความนอกเหนืออำนาจ คำพิพากษาจึงไม่ผูกพันจำเลยจะบังคับจำเลยไม่ได้ ให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ขอให้บังคับจำเลยเสีย ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าเมื่อศาลเห็นว่าคำพิพากษาไม่มีผล ก็ขอให้ดำเนินการพิจารณาไปเสมือนคดียังมิได้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานแล้ว พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำพิพากษาตามยอมยังมีสภาพเป็นคำพิพากษาอยู่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 และยังต้องมีสภาพเป็นคำพิพากษาเสมอไปตาม มาตรา 145 แม้ทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยมิได้มอบอำนาจ และจำเลยยื่นคำร้องไว้แล้วก็ดี แต่ไม่มีฝ่ายใดใช้สิทธิอุทธรณ์จนพ้นกำหนดอายุ

คำพิพากษาตามยอมก็เป็นอันถึงที่สุดศาลชั้นต้นจะกลับดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เป็นการไม่ชอบ จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาลงวันที่ 28 เมษายน 2504 (ครั้งหลัง) คดีคงยุติไปตามคำพิพากษาลงวันที่ 16 ตุลาคม 2501จำเลยฎีกาศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาจำเลยข้อแรกที่ว่าศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องที่ศาลชั้นต้นสั่งดำเนินการพิจารณาใหม่เพราะคู่ความมิได้อุทธรณ์นั้น เรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาว่าจะเป็นการผิดถูกชอบหรือไม่ เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หาใช่เป็นปัญหาเฉพาะคู่ความในคดีดังฎีกาของจำเลยเท่านั้นไม่ ฉะนั้นศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้สำหรับฎีกาข้อ 2 นั้น เห็นว่า ทนายจำเลยซึ่งลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นทนายที่จำเลยแต่งตั้งไว้

หากแต่บกพร่องในอำนาจที่จะทำยอม และเมื่อได้มีการยอมความจนศาลพิพากษาไปตามยอมแล้ว คำพิพากษานั้นก็มีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 เว้นแต่จะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข สำหรับคดีนี้เมื่อศาลพิพากษาไปตามยอมแล้ว จำเลยก็ทราบและในระยะเวลาต่อมาเพียง 8 วัน ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ครั้นศาลสั่งยกคำร้อง จำเลยก็ทอดทิ้งมิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์หรือดำเนินการอย่างไรเลยจนต่อมาอีกถึง 1 ปี 8-9 เดือนโจทก์ขอบังคับคดีจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลจึงได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ได้ความเช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อศาลสั่งไม่ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ไปแล้ว ศาลนั้นเองจะกลับคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่หาชอบไม่

เพราะไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อผิดพลาดเล็กน้อยตามที่ยกเว้นไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ฉะนั้น กระบวนพิจารณาที่ดำเนินใหม่ในตอนหลังจึงนำมาใช้บังคับไม่ได้ ส่วนจำเลยจะมีสิทธิขอให้ยกเลิกเพิกถอนคำพิพากษาได้เพียงไรหรือไม่ เป็นอีกกรณีหนึ่งต่างหากที่ไม่เกี่ยวแก่เรื่องนี้ สำหรับค่าธรรมเนียมที่โจทก์ยอมนำมาเสียใหม่นั้นเป็นการทำตามคำสั่งศาล ไม่เกิดผลทำให้เป็นฟ้องใหม่ดังฎีกาจำเลยฎีกาข้อนี้จึงตกไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สารกิจปรีชา · การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2559

โจทก์มิได้ฟ้องโดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานและเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายอันเป็นคำฟ้องเพื่อขอให้รับรองสิทธิ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานและเป็นทายาทโดยธรรมขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2740/2546

ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นคดีนี้ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นในคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่ง ขอให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินมีโฉนดทั้งสองแปลงของจำเลยที่ถูกโจทก์ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2540

ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 145 (2) บัญญัติข้อยกเว้นไว้ว่า คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4626/2540

ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินส่วนที่เป็นของ ม.ให้จำเลยทั้งสอง การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นการได้มาโดยผลของคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่ได้มาโดยทางมรดกในฐานะที่เป็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3936/2536

ในคดีก่อน ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ผู้คัดค้านดำเนินการโอนที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องทั้งสี่ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และสัญญาว่าจ้างปลูกสร้างบ้านพิพาทแต่คดีนี้ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้