Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6389/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ถือว่าผู้จัดการมรดกเป็นผู้ถือครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาททุกคน และมีหน้าที่จัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อการแบ่งปันทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 หากผู้จัดการมรดกแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยมิชอบขัดต่อกฎหมายและถึงแก่ความตายก่อนจัดการมรดกเสร็จสิ้น ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของทายาทย่อมฟ้องผู้จัดการมรดกที่ศาลแต่งตั้งขึ้นใหม่ให้จัดการแก้ไขแบ่งทรัพย์มรดกให้ถูกต้องได้ภายในห้าปีนับแต่การจัดการมรดกเสร็จสิ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคท้าย ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกแก่ทายาทหลังเจ้ามรดกตายเกินกว่า 1 ปี การฟ้องขอเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกดังกล่าว จึงนำอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง มาใช้ไม่ได้ ต้องใช้อายุความ 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคท้าย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และเพิกถอนชื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกจากโฉนดที่ดินให้กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้ามรดก และให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกจัดการแบ่งทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างและหุ้นพิพาท 37,500 หุ้น ให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายวิรัช ซึ่งมีสิทธิในทรัพย์มรดก 1 ใน 6 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ขอให้ขายหรือประมูลราคากันเองระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาด จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ตามคำขอของโจทก์เพื่อให้การจัดการมรดกเสร็จสิ้นไป จำเลยที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 แบ่งปันหุ้นพิพาทให้แก่โจทก์ 1 ใน 6 ส่วน หากไม่อาจแบ่งปันกันได้ ให้ขายหุ้นพิพาทแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเพียงทุนทรัพย์ที่ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม 12,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนการจัดการมรดกที่ดินพิพาทขาดอายุความหรือไม่ โจทก์อ้างตนเองเบิกความว่า นางสดใสเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2531 ศาลมีคำสั่งตั้งนายย้อนฝ่อเป็นผู้จัดการมรดก สามีโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2536 หลังจากสามีโจทก์ถึงแก่ความตายแล้วนายย้อนฝ่อในฐานะผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2538 ภายหลังสามีโจทก์ถึงแก่ความตายเกือบ 2 ปี เห็นว่า เมื่อนางสดใสถึงแก่ความตาย นายย้อนฝ่อได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ถือว่าผู้จัดการมรดกเป็นผู้ถือครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาททุกคน

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกทั่วไปหรือเพื่อการแบ่งปันทรัพย์มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 เมื่อได้ความว่า ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่สามีโจทก์มีสิทธิจะได้รับ แต่ผู้จัดการมรดกนำไปยกให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเหตุให้สามีโจทก์ขาดส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกไป เป็นการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยไม่ชอบ ถือว่าผู้จัดการมรดกกระทำหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อนายย้อนฝ่อถึงแก่ความตายโดยจัดการแบ่งปันทรัพย์สินยังไม่เสร็จสิ้น ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกของนางสดใสต่อไป โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายวิรัชทายาทของเจ้ามรดก ย่อมฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ผู้จัดการมรดกคนใหม่ให้จัดการแก้ไขแบ่งส่วนทรัพย์มรดกให้ถูกต้องได้ภายในห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคท้าย ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ในฐานะผู้จัดการมรดกให้แบ่งที่ดินพิพาท จึงไม่ขาดอายุความ

ส่วนที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างนายย้อนฝ่อผู้จัดการมรดกเดิมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทนั้น เห็นว่า นางสดใสเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2531 หลังจากนั้นวันที่ 6 ธันวาคม 2536 นายวิรัชสามีโจทก์ก็ถึงแก่ความตาย ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2538 นายย้อนฝ่อได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นกรณีที่นายย้อนฝ่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกบางส่วนให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทายาทผู้ตายบางคนหลังจากเจ้ามรดกตายเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว จึงนำอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง มาใช้แก่กรณีดังกล่าวไม่ได้ ทั้งการที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2541 จึงยังไม่เกิน 10 ปี นับแต่นางสดใสเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย คดีจึงยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคท้าย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

อนึ่ง ที่ดินพิพาทซึ่งคิดเป็นทุนทรัพย์ชั้นฎีกามีราคา 880,000 บาท แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลจากทุนทรัพย์ 898,727.40 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 15148 ตำบลหน้าเมือง (ดอนตะโก) อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ระหว่างนายย้อนฝ่อผู้จัดการมรดกนางสดใสกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2538 เฉพาะส่วนของทายาทอื่น 4 ใน 6 ส่วน และให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสดใส แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายวิรัช 1 ใน 6 ส่วน คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกิน 467.50 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้เป็นเงิน 5,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · คำนวน เทียมสอาด
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายชุมพล กาญจนะ
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1103/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ373/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้