คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า พลตำรวจเมืองจำเลยได้ลาราชการ และได้สมคบกับนายยาจำเลย ทำการตรวจค้น เอาสนับมือ ๑ อันกับพระเครื่องราง ๑ ถุงไปจากนายอินแก้ว แล้วไม่นำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จนกรมการอำเภอเรียกตัวจำเลยทั้งสองมาสอบถาม พลตำรวจเมืองจำเลยจึงนำสนับมือส่ง โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง พลตำรวจเมืองจำเลยให้การปฏิเสธ นายยาจำเลยให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า พลตำรวจเมืองจำเลยมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑,๑๔๒,๒๙๓ นายยาจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๒๗,๑๒๘,๒๙๓,๕๙ ให้รวมกะทงโทษ คงจำคุกพลตำรวจเมือง ๑ ปี ๓ เดือน นายยาจำเลย ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าพลตำรวจเมืองจำเลยไม่มีผิดตามมาตรา ๑๓๑,๑๔๒ คงมีผิดตามมาตรา ๒๙๓ กะทงเดียวส่วนกำหนดโทษยืนตาม โจทก์,และพลตำรวจเมืองจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตำรวจที่ลาราชการไปธุระต่างท้องที่คงเป็นตำรวจอยู่นั่นเอง เมื่อไปทำการตรวจค้นบุคคลใดในที่สาธารณะ ย่อมได้รับความคุ้มครอง ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๙๓ พลตำรวจเมืองจำเลยจึงมีผิดตามมาตรา ๑๓๑,๑๔๒
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น.