Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 640485)

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้อง

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน และเจ้าพนักงานที่ดิน จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกรมที่ดิน จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง อ้างว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเคยเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๑๙๗๓ พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยฉ้อฉลเพื่อไม่ให้โจทก์ยึดทรัพย์บังคับคดีได้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา อันเป็นการทำนิติกรรมฉ้อฉล โดยมีคำขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กรณีจึงเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้โจทก์ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดิน จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกรมที่ดิน

จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เข้ามาในคดีนี้ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๓ เจ้าพนักงานที่ดินในสังกัดจำเลยที่ ๔ จดทะเบียนโอนขายที่ดินโดยรู้อยู่แล้วว่าจะทำให้โจทก์ซึ่งเป็นคู่สมรสและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ ๑ เสียเปรียบอันเป็นการกระทำละเมิดอันเกิดจากการออกคำสั่งทางปกครอง โดยมีคำขอให้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดก็ตาม แต่เมื่อมูลเหตุอันเป็นข้อพิพาทสำคัญ เป็นเรื่องการขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นนิติสัมพันธ์ของบุคคลในทางแพ่ง ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยในศาลเดียวกัน ข้อพิพาทในคดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้