Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6416/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ.2534มาตรา33บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวงหรือทบวงและมีฐานะเป็นกรมเมื่ออัยการสูงสุดซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดไม่อาจปฏิบัติราชการได้รองอัยการสูงสุดจึงเป็นผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534มาตรา46วรรคสามโดยรองอัยการสูงสุดผู้รักษาราชการแทนอัยการสูงสุดย่อมมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอัยการสูงสุดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534มาตรา48วรรคหนึ่งและวรรคสามฉะนั้นเมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499มาตรา9บัญญัติห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา7เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดรองอัยการสูงสุดผู้รักษาราชการแทนอัยการสูงสุดจึงมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 7 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 9 พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 มาตรา 33 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 46 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 48

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2535 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บ-5020 ระยองไปตามทางหลวงหมายเลข 3 จากจังหวัดระยองไปจังหวัดชลบุรีด้วยความประมาท โดยจำเลยเลี้ยวรถไปทางขวาเพื่อเข้าถนนซอยโดยไม่ระมัดระวังตัดหน้ารถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผ-5921 ชลบุรีซึ่งนายยอดยิ่ง มานิตราษฎร์ ผู้เสียหายที่ 1 ขับมาในทิศทางตรงข้ามในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหายและเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสต้องทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันและนายบุญเลิศ สิงขรเขตผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งโดยสารรถของจำเลยมิได้รับอันตรายแก่กายเหตุเกิดที่ตำบลศรีราชา

อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157จำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157เป็นกรณีกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุก 8 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาเพียงข้อเดียวว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 แต่ได้รับอนุญาตเช่นนั้นจากรองอัยการสูงสุดซึ่งรักษาราชการแทนอัยการสูงสุดโดยรองอัยการสูงสุดไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะอนุญาตให้ได้เช่นนั้นหรือไม่ ในปัญหานี้ข้อเท็จจริงตามสำนวนได้ความว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยได้ในวันที่ 30 ตุลาคม2535 ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนได้ผัดฟ้องไว้ต่อมาวันที่ 25 พฤศจิกายน 2535

จำเลยให้การรับสารภาพ

โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจาต่อศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 10410/2535ของศาลชั้นต้นในวันดังกล่าว ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นให้พนักงานคุมประพฤติประจำศาลชั้นต้นสืบเสาะพินิจเกี่ยวกับจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาในการลงโทษจำเลย ต่อมาศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 มกราคม 2536 จำเลยขอถอนคำให้การรับสารภาพโดยประสงค์จะต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์รับตัวจำเลยคืนเพื่อดำเนินการต่อไปและจำหน่ายคดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 802/2536 ต่อมาสำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือที่ อส 0015/2854ลงวันที่ 15 เมษายน 2536 แจ้งอัยการจังหวัดประจำศาลแขวงชลบุรีว่าอัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วอนุญาตให้ฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้โดยนายสุชาติ ไตรประสิทธิ์ รองอัยการสูงสุด รักษาราชการแทนอัยการสูงสุดเป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือนั้น หลังจากนั้นโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2536

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534มาตรา 33 บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง และมีฐานะเป็นกรม ดังนั้นเมื่ออัยการสูงสุดซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดไม่อาจปฏิบัติราชการได้รองอัยการสูงสุดจึงเป็นผู้รักษาราชการแทนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา46 วรรคสาม โดยรองอัยการสูงสุดผู้รักษาราชการแทนอัยการสูงสุดย่อมมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอัยการสูงสุดผู้ซึ่งตนแทนนั้นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมาตรา 48 วรรคหนึ่งและวรรคสาม

ฉะนั้นเมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499มาตรา 9 บัญญัติห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุดผู้รักษาราชการแทนอัยการสูงสุด จึงมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามหนังสือที่ อส 0015/2854 ลงวันที่ 15 เมษายน 2536 ว่านายสุชาติ ไตรประสิทธิ์ รองอัยการสูงสุด รักษาราชการแทนอัยการสูงสุดได้อนุญาตให้อัยการประจำศาลแขวงชลบุรีฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้ โจทก์จึงได้รับอนุญาตให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 โดยชอบด้วยมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว และมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2196/2566

ขณะเกิดเหตุความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 (ก) มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง แม้ภายหลังข…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626043)

ปัญหาว่าการประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมที่ไม่มีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นคณะกรรมการธุรกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน พ.ร.บ.ระเบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11959/2556

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคาร ก. สาขาย่อยเซ็นทรัลปิ่นเกล้า รวม 2 ฉบับ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้จำเลยเจตนาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10215/2556

บันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์และคำฟ้องด้วยวาจาที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ แม้จะระบุว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ก็ตาม แต่บันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ระบุว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสามได้พร้อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2556

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 78 ซึ่งนำมาปรับใช้แก่คดีนี้โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้