Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6425/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์นำค่าใช้จ่ายของสำนักงานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองฮ่องกงมาคำนวณเฉลี่ยเป็นรายจ่ายของสาขาทั่วโลก โดยคิดตามส่วนที่สาขาต่าง ๆ มีรายได้ สาขาในประเทศไทยก็นำรายจ่ายเหล่านั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณหากำไรสุทธิในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เมื่อโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์หรือแยกให้เห็นว่ารายจ่ายส่วนใดบ้างที่เป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ โจทก์จะเหมารายจ่ายเฉลี่ยดังกล่าวเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยและนำมาหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 22 ป.รัษฎากร มาตรา 27 ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่119 ก./2532/1 ถึง 119 ง./2532/1 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2532รวม 4 ฉบับ ที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีและเงินเพิ่มรวม 4 ปี เป็นเงินทั้งสิ้น 2,149,767.72 บาท กับเงินเพิ่มตามสำเนาเอกสารท้ายคำฟ้องหมาย 4 เสีย และให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลรวม 4 ฉบับ ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2เสียทั้งสิ้น และให้งดหรือลดเรียกเก็บเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 20ในกรณีที่ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องชำระค่าภาษีเพิ่มด้วยจำเลยให้การว่า การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้พิจารณาและวินิจฉัยไม่ให้โจทก์นำเอาค่าบริการสำนักงานใหญ่มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานใหญ่เฉลี่ยมาให้สาขาในประเทศไทย จะนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณหากำไรสุทธิของสาขาโจทก์ในประเทศไทยได้หรือไม่เห็นว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวซึ่งสำนักงานใหญ่ของโจทก์อยู่ที่เมืองฮ่องกง มีหน้าที่ควบคุม ดูแลการบริหารงานของสาขาทั่วโลก ได้เกิดรายจ่ายต่าง ๆ ขึ้นเพื่อประโยชน์แก่สาขาต่าง ๆ ทั่วโลก โดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ารายจ่ายต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นประโยชน์กับสาขาใดจึงคิดหากฎเกณฑ์การเฉลี่ยรายจ่ายให้สาขาต่าง ๆ ตามส่วนที่สาขาต่าง ๆ มีรายได้ สำหรับสาขาในประเทศไทยก็นำรายจ่ายเหล่านั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณหากำไรสุทธิในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

การที่โจทก์จะมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่เพียงใด ก็ต้องอาศัยประมวลรัษฎากรซึ่งมิได้กำหนดไว้ว่ารายจ่ายที่โจทก์เฉลี่ยมาให้สาขาในประเทศไทยให้ถือเป็นรายจ่ายที่ทำการหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ คงมีแต่มาตรา 65กำหนดว่า เงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรีในการคำนวณกำไรสุทธิ มาตรา 65 ทวิ กำหนดว่ารายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ในมาตรา 65 ตรี(14) กำหนดรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ ฉะนั้นรายจ่ายที่มิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ

กฎหมายไม่ยอมให้นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่ถ้าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะโจทก์ย่อมนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ข้อสำคัญรายจ่ายเฉลี่ยของโจทก์จะถือเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะหรือไม่เพราะรายจ่ายที่โจทก์คิดเฉลี่ยให้สาขาต่าง ๆ ทั้งโลกรวมทั้งสาขาในประเทศไทยด้วย เมื่อมาคิดหักค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ต้องใช้มาตรา 65 ตรี ในการคำนวณหากำไรสุทธิรายจ่ายตามที่โจทก์กล่าวอ้างในอุทธรณ์ข้อ 4(1)-(5) ซึ่งได้แก่เงินเดือน เบี้ยเลี้ยงพนักงานโจทก์สำนักงานใหญ่ ค่าใช้จ่ายของอาคารสำนักงานใหญ่ ค่าเครื่องเขียน แบบพิมพ์ ค่าตอบแทนกรรมการและผู้ตรวจสอบบัญชีของสำนักงานใหญ่นั้น

ไม่มีรายจ่ายใดเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ ทั้งตามฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์ยอมรับว่ารายจ่ายดังกล่าวไม่สามารถระบุได้ว่าสาขาใดได้รับประโยชน์หรือเป็นค่าใช้จ่ายของสาขาใดโดยเฉพาะจึงได้อาศัยการคำนวณเฉลี่ยรายจ่ายของสาขาทั่วโลก โดยคิดตามรายได้ของแต่ละสาขา รวมทั้งสาขาในประเทศไทยด้วย จึงเห็นได้ชัดว่าค่าใช้จ่ายที่เฉลี่ยให้สาขาในประเทศไทยนั้นมิใช่ค่าใช้จ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะเพียงแต่อาจจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ เมื่อโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์หรือแยกให้เห็นว่ารายจ่ายส่วนใดบ้างที่เป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ โจทก์จะเหมาเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยทั้งหมดและนำมาหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหาได้ไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4924/2533

เงินที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัท อ. โจทก์นำมาถือเป็นรายจ่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และไม่ปรากฏว่าการจ่ายเงินจำนวนนี้ โจทก์ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้พิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3839/2531

เบี้ยปรับที่ผู้ต้องเสียภาษีต้องรับผิดตามประมวลรัษฎากรมาตรา 22 นั้น แม้มาตรา 27 ทวิวรรคสองแห่งประมวลกฎหมายดังกล่าวจะบัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีกรมสรรพากรวางระเบียบในการงดหรือลดเบี้ยปรับออกมาใช้บังคับก็ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2530

ตามระเบียบสำหรับพนักงานของโจทก์ เงินบำเหน็จพิเศษไม่มีลักษณะเป็นกองทุนเพราะมิได้มีการจัดตั้งกองทุน ทั้งไม่มีลักษณะเป็นการจ่ายสมทบเนื่องจากมิได้มีการหักเงินเดือนจากพนักงานมาสมทบ แต่เงินบำเหน็จพิเศษนี้ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2520

เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างจะได้รับยกเว้นให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (2) จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่จ่ายแก่ลูกจ้างโดยเด็ดขาดเท่านั้น เงินที่โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้