Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2489

พ.ศ. 2489 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรับผ้าโจทก์ไปขาย โดยทำสัญญากู้ให้ไว้เท่าราคาผ้าดังนี้ ไม่ใช่นิติกรรมอำพราง ต้องถือเป็นสัญญากู้เงินโดยรับสิ่งของแทนเงินเมื่อฟังว่า กู้เงินกันเกิน 50 บาทแล้ว การนำสืบการใช้เงินจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือแทงเพิกถอนในเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้นั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไป 1,800 บาทโดยสัญญาจะใช้ภายใน 3 เดือน และได้ขอกู้เพิ่มเติมอีก 1,399 บาทโดยใช้สัญญาเดิมเขียนเติมเป็น 3,199 บาท โดยมิได้แก้ตัวอักษรให้ตรงตัวเลข ต่อมาจำเลยบิดพริ้วไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จริงตามฟ้อง แต่ได้รับผ้า 6 พับไปแทนเงิน 1,800 บาท เท่ากับยินยอมรับสิ่งของแทนจำนวนเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคแรก จำเลยจึงต้องชำระหนี้ให้โจทก์ ส่วนหนี้อีกรายหนึ่งนั้นเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องจำเลยฎีกาคัดค้านว่า สัญญากู้รายนี้เป็นนิติกรรมอำพรางตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 ศาลไม่ควรบังคับให้จำเลยใช้คดีคงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะเงินกู้เดิม 1,800 บาท

ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจะรับผ้า 6 พับของโจทก์ไปขาย โจทก์ไม่เชื่อใจ จึงให้จำเลยทำสัญญากู้ฉบับนี้ให้ไว้ รูปเรื่องเข้าลักษณะรับสิ่งของแทนเงิน หาใช่นิติกรรมอำพรางตามฎีกาจำเลยไม่ และคู่กรณีก็มิได้มีเจตนาทำสัญญานี้ขึ้นเพื่อจะลวงผู้ใดเลย เมื่อฟังว่าเป็นสัญญากู้อันถูกต้องแล้ว จำเลยนำสืบการใช้เงินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 653 วรรค 2 ไม่ได้ก็ต้องแพ้คดีจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้