คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่า ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยเปิดโรงแรมมีรำวง เต้นรำ และเปิดบาร์ขายสุราปล่อยให้สถานที่เช่าชำรุดทรุดโทรมมิได้รักษาเสมอวิญญูชนศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการละเมิดสัญญาเช่า โจทก์บอกเลิกแล้ว จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พิพากษาขับไล่จำเลยศาลอุทธรณ์ เห็นว่า จำเลยอยู่อาศัยด้วย ยังได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แม้จะผิดสัญญาเช่า แต่ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(2) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 554 โจทก์จะบอกเลิกทันทีหาได้ไม่ ต้องบอกกล่าวให้ปฏิบัติก่อน พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อบอกกล่าวก่อนจำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้นั้น เห็นว่า จำเลยต่อสู้ว่ามีสิทธิเช่าต่อไปโดยอาศัยความคุ้มครองของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลย่อมยกข้อกฎหมายนั้นขึ้นวินิจฉัยได้ส่วนที่ว่า โจทก์จะมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ เห็นว่าในกรณีที่จำเลยผิดสัญญาเช่าต้องด้วยพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 มาตรา 16(2) แต่ไม่ปรากฏว่า ผู้ให้เช่าได้ให้คำเตือนแล้วผู้เช่าไม่ปฏิบัติ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ในเหตุนี้กรณีที่จำเลยทำผิดหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 553, 554 ซึ่งให้บอกกล่าวก่อนนั้นเป็นเรื่องสัญญายังไม่สิ้นอายุคดีนี้สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์ย่อมบอกเลิกการเช่าได้ทุกเมื่อ หากแต่ถูกตัดสิทธิการบอกเลิกตามมาตรา 16 วรรคแรก ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 16(4)ซึ่งหาได้มีว่าต้องส่งคำเตือนก่อนดังมาตรา 16(2) ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ด้วยเหตุนี้ได้พิพากษากลับให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น