คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 4 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกาว่าในระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยได้ยื่นคำร้องว่าในมูลเหตุคดีเดียวกันนี้ พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายประชาบดีหรือยาว เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ในข้อหาขับรถยนต์ขนส่งน้ำแข็งคันเดียวกันนี้ โดยประมาทล้ำช่องเดินรถเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นายคำปุ่นขับ
มีนายสุพนธ์เทพนั่งซ้อนท้ายแล่นสวนทางมา ทำให้นายคำปุ่นถึงแก่ความตาย นายสุพันธ์เทพได้รับอันตรายสาหัส และทำให้จำเลยซึ่งนั่งโดยสารมากับรถยนต์คันที่นายประชาบดีขับได้รับอันตรายแก่กายตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 767/2535 ของศาลชั้นต้น และจำเลยได้ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชะลอการพิพากษาคดีนี้ไว้เพื่อรอฟังผลคดีอาญาดังกล่าวเสียก่อนเห็นว่า ในการพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาในคดีอื่นดังเช่นที่บัญญัติไว้สำหรับคดีแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ไม่เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง จะไม่พิพากษาลงโทษจำเลยจนกว่าจะแน่ใจว่า มีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้นสำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยประมาทชนผู้ตายถึงแก่ความตายหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า คดีมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุจริงหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองพิพากษากลับให้ยกฟ้อง