Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6478/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา248วรรคท้ายการขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ให้ผู้ฎีกายื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้นพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นเมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้นให้ส่งคำร้องพร้อมด้วยสำนวนความไปยังผู้พิพากษาดังกล่าวเพื่อพิจารณารับรองเมื่อคำร้องของจำเลยมิได้ยื่นพร้อมกับคำฟ้องฎีกาคงยื่นเพียงคำร้องโดยลำพังทั้งยื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้วจึงเป็นคำร้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา247และ248วรรคท้าย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2537

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ ศาลชั้นต้นจึงสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองต่อมาวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องใหม่ ขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 1รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำร้อง ของจำเลยทั้งสองยื่นภายหลังที่ยื่นฎีกาแล้ว ทั้งเคยยื่นคำร้องขอให้รับรองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2531จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงอีก

ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องด้วยเหตุผลว่า มาตรา 248 วรรคท้าย กำหนดให้ผู้ฎีกาต้องยื่นคำร้องให้ผู้พิพากษารับรองพร้อมกับคำฟ้องฎีกา เมื่อจำเลยยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองแล้ว การที่จำเลยมายื่นคำร้องขอให้ส่งคำร้องไปให้ผู้นั่งพิจารณาในชั้นอุทธรณ์รับรองอีก จึงขัดต่อบทบัญญัติดังกล่าวจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าคำร้อง ของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 เมษายน 2537 จำเลยขอให้นายธีระเดชกับนายอิศเรศรับรองให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง โดยไม่ทราบว่าขณะนั้นนายธีระเดชเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และนายอิศเรศย้ายไปรับราชการที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้แล้ว จำเลยจึงยื่นคำร้องใหม่ขอให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาส่งคำร้องฉบับใหม่ไปให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผู้พิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์รับรองให้จำเลยฎีกาอีก ตามคำร้องฉบับที่ 4 พฤษภาคม 2537 และคำร้องฉบับลงวันที่2 มิถุนายน 2537 การยื่นคำร้อง ของจำเลยฉบับลงวันที่ 2 มิถุนายน2537 จึงไม่ขัดต่อบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคท้าย แต่อย่างใดนั้น เห็นว่าตามฎีกาของจำเลยในที่สุดมุ่งคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นตามคำร้องฉบับลงวันที่2 มิถุนายน 2537 เท่านั้น ซึ่งขณะยื่นคำร้องศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2537ฎีกาของจำเลยฉบับดังกล่าวจึงเป็นอันตกไป และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคท้าย

บัญญัติว่าการขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ให้ผู้ฎีกายื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้นพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้น เมื่อศาลได้รับคำรองเช่นว่านั้น ให้ส่งคำร้องพร้อมด้วยสำนวนความไปยังผู้พิพากษาดังกล่าวเพื่อพิจารณารับรอง คำร้อง ของจำเลยฉบับลงวันที่ 2มิถุนายน 2537 ดังกล่าวมิได้ยื่นพร้อมกับคำฟ้องฎีกา คงยื่นเพียงคำร้องโดยลำพัง ทั้งยื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้วจึงเป็นคำร้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 247 และ 248 วรรคท้ายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10565/2557

เดิมจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้สร้างรั้วคอนกรีตล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่หลังจากที่มีการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินจนทราบว่าจำเลยสร้างรั้วล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสองแล้ว จำเลยขอแก้ไขคำให้การเด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2551

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์" มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้