Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2496

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมศิลปากรได้ออกประกาศกำหนด 'พระปรางค์วัดหน้าพระธาตุฯลฯ' เป็นโบราณสถานแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องกล่าวว่า จำเลยทำลายกำแพงพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ แต่ก็บรรยายมาด้วยว่ากำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์ ดังนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องนำสืบข้อเท็จจริงกัน เป็นรายๆไปว่า กำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์หรือไม่ จะด่วนพิพากษายกฟ้องเสียโดยวินิจฉัยว่า ตามประกาศมิได้กำหนดเอากำแพงพระปรางค์เป็นโบราณสถานด้วยนั้น ยังไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยที่ 1 บังอาจจัดให้มีการทำลายและทำให้บุบสลายซึ่งกำแพงพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ อันเป็นโบราณสถานส่วนจำเลยนอกนั้นบังอาจจงใจทำลายและทำให้บุบสลายซึ่งกำแพงพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ นั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ ซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรได้ทำบัญชีประกาศเป็นโบราณสถานแล้ว ตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง ฯลฯ ขอให้ลงโทษจำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาว่า ตามสำเนาประกาศท้ายฟ้องที่ว่าเป็นสำเนาบัญชีประกาศโบราณสถานนั้น คงมีแต่วัดพระนอนจักร์สีห์และพระปรางค์หน้าวัดพระธาตุ ตำบลจักร์สีห์ หามีพระปรางค์หน้าวัดพระธาตุ ตำบลจักร์สีห์ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องไม่ (เข้าใจว่าพิมพ์ผิด ที่ถูกควรเป็นพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุตำบลจักร์สีห์) และโบราณสถานและวัตถุโบราณที่ขึ้นบัญชีไว้นั้น

ก็หาได้มีว่า กำแพงพระปรางค์หน้าวัดพระธาตุ เป็นโบราณสถานที่ทางการต้องการคุ้มครองรักษาด้วยไม่ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว เมื่อโจทก์ได้อ้างอิงถึงประกาศเช่นนี้ศาลย่อมตรวจสอบดูตามความจริงตามประกาศนั้นได้ ปรากฏว่าตามราชกิจจานุเบกษาที่โจทก์อ้าง กรมศิลปากรได้ประกาศเอา พระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ ตำบลจักร์สีห์ เป็นโบราณสถาน จึงไม่แตกต่างกับฟ้องของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปจึงมีว่า จำเลยได้ทำลายหรือทำให้บุบสลายซึ่งปรางค์วัดหน้าพระธาตุหรือไม่ แม้โจทก์จะกล่าวว่าจำเลยทำลายกำแพง แต่ก็บรรยายมาด้วยว่า กำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์ศาลฎีกาเห็นว่ากำแพงจะเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์หรือไม่ก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงที่จะต้องสืบเป็นราย ๆ ไป หรืออีกนัยหนึ่งพระปรางค์อาจมีกำแพงเป็นส่วนควบก็ได้ หรือไม่มีก็ได้ เป็นกรณีที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8267/2538

จำเลยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกย่อมเป็นตัวแทนของทายาทคือโจทก์ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์1720 ดังนั้น การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอันเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2562

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงท้ากันโดยให้ถือเอาผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 26580/2545 ของศาลอาญา เป็นผลแพ้ชนะกันในประเด็นข้อพิพาทคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำละเมิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7168/2561

โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดย่อมมีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ตามมติของเจ้าของร่วมดังบัญญัติใน มาตรา 33 วรรคสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้