Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้รถยนต์ของโจทก์ร่วมที่ 2 จะได้รับความเสียหาย แต่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายในความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบกฯโจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ไปตามทางเดินเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทางคนเดินตัดตรงขึ้นถนนพระรามที่ 2 ขาเข้า เป็นการกระทำผิดกฎจราจร เมื่อจำเลยไม่ดูให้ดีว่ามีรถอื่นแล่นมาเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุชนกันขึ้น ถือได้ว่าเกิดจากความประมาทของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายเกียรติศักดิ์ จันทร์รุ่งสกุล สามีของนางพัชรา จันทร์รุ่งสกุล และนายไพบูลย์ สนธิกร ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต โดยเรียกนายเกียรติศักดิ์เป็นโจทก์ร่วมที่ 1 และนายไพบูลย์เป็นโจทก์ร่วมที่ 2 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8), 157การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุก6 ปี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร3 ฌ-0252 โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้ายออกจากซอยวัดสีสุกแล้วแล่นจากช่องเดินรถที่ 1 เข้าไปในช่องเดินรถที่ 2 บนถนนพระรามที่ 2จึงถูกรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 5 ฉ-3811 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายไพบูลย์

สนธิกร โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้ขับมาบนถนนพระรามที่ 2ในช่องเดินรถที่ 2 และในทิศทางเดียวกันตามแผนที่เกิดเหตุ เอกสารหมาย จ.8 ชน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย สำหรับปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ว่า โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้เสียหายคดีนี้และมีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้นั้น เห็นว่าแม้โจทก์ร่วมที่ 2 จะได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สินคือรถยนต์แต่ก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43, 157 ซึ่งรัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมที่ 2ไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานนี้โดยตรงจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ส่วนข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นางพัชรา จันทร์รุ่งสกุล

ถึงแก่ความตายนั้น โจทก์ร่วมที่ 2ก็มิใช่ผู้เสียหายในข้อหานี้เช่นกัน โจทก์ร่วมที่ 2 จึงมิใช่ผู้เสียหายคดีนี้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมที่ 2เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ร่วมที่ 2จึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาโจทก์ร่วมที่ 2ส่วนปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นพยานเบิกความว่า เมื่อขับรถยนต์แล่นมาจะถึงจุดชนเห็นรถจักรยานยนต์อยู่ข้างหน้าประมาณ 2 เมตรจึงห้ามล้อแต่ไม่พ้นเนื่องจากระยะกระชั้นชิด รถยนต์จึงชนด้านหลังข้างขวารถจักรยานยนต์ล้มลง ส่วนจำเลยเบิกความว่า ได้ขับรถจักรยานยนต์ขึ้นไปตามถนนพระรามที่ 2 ขาเข้า

ประมาณ 50 เมตรก็ถูกรถยนต์ชนล้มลง เมื่อพิจารณาตามแผนที่เกิดเหตุ เอกสารหมาย จ.8ประกอบคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกวันชัย อิทธิฤทธิ์ ว่า ตรงทางออกจากซอยวัดสีสุก รถจักรยานยนต์ของจำเลยจะไปออกถนนพระรามที่ 2เพื่อเลี้ยวเข้าทางขาออกจะต้องไปเลี้ยวใต้ทางด่วน โดยจะต้องขับไปตามถนนคู่ขนานของถนนพระรามที่ 2 ขาเข้าตามลูกศร แต่จำเลยกลับขับไปตามทางเล็ก ๆ ตัดตรงขึ้นถนนพระรามที่ 2 ขาเข้า ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎจราจร และตรงท้องร่องที่เป็นช่องทางขึ้นถนนพระรามที่ 2 เป็นช่องแคบ ไม่ได้ทำไว้สำหรับการจราจรข้ามไปบนถนนพระรามที่ 2 แต่เป็นทางคนเดิน จำเลยก็ทราบแต่ก็ยังฝ่าฝืนกระทำ จึงเห็นได้ว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนกฎจราจรแต่เบื้องต้นเมื่อพิจารณาจุดชนตามแผนที่เกิดเหตุ ว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนถนนพระรามที่ 2 แล้ว

จำเลยยังขับรถจักรยานยนต์ไปอีก46 เมตร จึงถูกชนในช่องเดินรถที่ 2 ใกล้ช่องว่างสำหรับกลับรถระหว่างถนนพระรามที่ 2 ขาเข้ากับขาออก จึงมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ตัดถนนตรงไปช่องว่างสำหรับกลับรถเพื่อออกไปตามถนนพระรามที่ 2 ขาออก ที่จำเลยอ้างว่าต้องขับออกไปเช่นนั้นไม่ขับตามช่องเดินรถซ้ายมือเพราะมีรถประจำทางจอดอยู่จึงขัดต่อเหตุผลเพราะถ้าเป็นดังที่จำเลยอ้างเมื่อจำเลยขับรถจักรยานยนต์พ้นรถประจำทางแล้ว จำเลยก็ควรจะขับกลับมาชิดช่องเดินรถด้านซ้ายมือไม่ใช่ขับไปไกลถึง 46 เมตร จนถูกชนเห็นว่า การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนกฎจราจรเข้าไปในช่องเดินรถที่ 2 โดยไม่ดูให้ดีว่ามีรถอื่นแล่นมาอันจะเป็นความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ เมื่อเกิดเหตุชนกันขึ้น ถือได้ว่าเกิดจากความประมาทของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยหนักเกินไปสมควรกำหนดโทษจำเลยให้เบาลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8), 157การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 3 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย รังสิกรรพุม · สังเวียน รัตนมุง · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5400/2560

ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 บัญญัติว่า "ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุที่ได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจหรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19300/2556

การที่โจทก์ร่วมทั้งสี่ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 เป็นการยื่นคำร้องโดยอาศัยสิทธิตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ เมื่อคำฟ้องของพนักงานอัยการบรรยายว่าผู้ตายขับรถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2550

ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติว่า ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา โดยไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่ให้นำข้อเท็จจริงที่ได้จากคำพิพากษาของคดีในส่วนแพ่งมาฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7128/2547

แม้จำเลยจะขับรถจักรยานยนต์โดยประมาท ชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเป็นเหตุให้ผู้ตายตกจากรถ ศีรษะฟาดพื้นและถึงแก่ความตาย แต่เหตุรถชนกันเกิดขึ้นก็เพราะผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาโจทก์ร่วมมีส่วนกระทำโดยประมาท ผู้ตายจึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4526/2546

พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่า จำเลยและ ส. ต่างขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ ส. ถึงแก่ความตาย ส. จึงมีส่วนในการกระทำผิดทางอาญาด้วย ส. จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้