Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2515 (เลขอ้างอิง 64976)

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า เดิมที่พิพาทเป็นของบิดาจำเลยและจำเลยร่วม เมื่อบิดาตาย บ.สามีจำเลยได้ขายที่พิพาทแก่ จ. โดยจำเลยและจำเลยร่วมรู้เห็นยินยอม. ที่พิพาทจึงตกเป็นของ จ.เมื่อ จ.ขายให้โจทก์ที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์การที่จำเลยและจำเลยร่วมฎีกามีใจความว่า บ. มิได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยจึงไม่มีสิทธิขายที่พิพาทให้ จ.นั้น มีผลเท่ากับเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างวินิจฉัยมาแล้วว่า บ. ขายที่พิพาทให้ จ. โดยจำเลยและจำเลยร่วมรู้เห็นยินยอม ส่วนที่จำเลยกล่าวอ้างเป็นข้อกฎหมายว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน โจทก์จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์นั้นประเด็นข้อนี้จะวินิจฉัยได้ก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า จำเลยและจำเลยร่วมมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยในการขายที่พิพาทดังกล่าว แต่จำเลยก็ยังเถียงข้อเท็จจริงนี้อยู่ ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อคดีมีทุนทรัพย์เพียง 2,100 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 491/2515นายเธียร เหนือเกาะหวายโจทก์นางแว่น ขแมจิตร์จำเลยจำเลยร่วมจำเลยนายโสม พลโสภาพจำเลย ป.วิ.พ. ม. 248ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า เดิมที่พิพาทเป็นของบิดาจำเลยและจำเลยร่วม เมื่อบิดาตาย บ.สามีจำเลยได้ขายที่พิพาทแก่ จ. โดยจำเลยและจำเลยร่วมรู้เห็นยินยอม. ที่พิพาทจึงตกเป็นของ จ.เมื่อ จ.ขายให้โจทก์ที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์การที่จำเลยและจำเลยร่วมฎีกามีใจความว่า บ. มิได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยจึงไม่มีสิทธิขายที่พิพาทให้ จ.นั้น มีผลเท่ากับเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างวินิจฉัยมาแล้วว่า บ. ขายที่พิพาทให้ จ. โดยจำเลยและจำเลยร่วมรู้เห็นยินยอม

ส่วนที่จำเลยกล่าวอ้างเป็นข้อกฎหมายว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน โจทก์จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์นั้นประเด็นข้อนี้จะวินิจฉัยได้ก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า จำเลยและจำเลยร่วมมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยในการขายที่พิพาทดังกล่าว แต่จำเลยก็ยังเถียงข้อเท็จจริงนี้อยู่ ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อคดีมีทุนทรัพย์เพียง 2,100 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม เมาลานนท์ · สุธรรม วรรณแสง · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้