Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กัญชาที่จำเลยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็คือกัญชาทั้งหมดที่จำเลยปลูกไว้ ซึ่งถือว่าเป็นการผลิตตามกฎหมาย เป็นที่เห็นได้ว่ากัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้นเป็นผลที่เกิดจากการที่จำเลยปลูกหรือผลิตกัญชานั่นเอง มิได้มีการกระทำอย่างใดอันมีลักษณะเป็นการกระทำให้ได้กัญชาดังกล่าวมาไว้ในความ ครอบครอง เพื่อจำหน่ายขึ้นอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็น ความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 75 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 76 ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกับพวกที่หลบหนี้มีกัญชาและปลูกกัญชาจำนวน 20 ไร่ น้ำหนักกัญชา 1,600 กิโลกรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยมิได้รับอนุญาต จำเลยที่ 7 ถึงจำเลยที่ 13 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 18/2523 ถึงคดีอาญาหมายเลขดำที่ 27/2523 ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบของกลาง และนับโทษต่อจำเลยที่ 7 ถึงจำเลยที่ 13

จำเลยทั้งสิบสามให้การรับสารภาพหลังจากโจทก์สืบพยานเสร็จแล้ว ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสิบสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 75 และ76 วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 8, 9, 11, 13 ลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำเลยที่ 12 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ให้ลงโทษฐานผลิตกัญชา จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 10 คนละ 9 ปี จำเลยที่ 8, 9, 11 และ 13 คนละ 6 ปี จำเลยที่ 12 4 ปี 6 เดือน ฐานมีกัญชาเพื่อจำหน่ายให้จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 10 คนละ 9 ปี จำเลยที่ 8, 911 และ 13 คนละ 6 ปี จำเลยที่ 12 4 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 10 คนละ 18 ปี

จำเลยที่ 8,9, 11 และ 13 คนละ 12 ปี จำเลยที่ 12 9 ปี จำเลยทั้งสิบสามให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 10 คนละ 12 ปี จำเลยที่ 8, 9, 11 และ 13 คนละ 8 ปี จำเลยที่ 12 6 ปี นับโทษจำเลยที่ 7, 8, 9, 10, 11, 12 และ 13 ต่อมาโจทก์ขอริบของกลางจำเลยทั้งสิบสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสิบสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 75, 76 วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 83 ความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 และมาตรา 76 วรรคสอง มีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยทั้งสิบสามฐานมีกัญชา ตามมาตรา 75 แต่เพียงบทเดียว

จำเลยที่ 8 9, 11 และ 13 ลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 12 ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 3 ปี จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 10 คนละ 6 ปี จำเลยทั้งสิบสามให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 10 คนละ 4 ปี จำเลยที่ 8, 9, 11 และ13 คนละ 2 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 12 2 ปี ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้นับโทษจำเลยที่ 7 ถึงจำเลยที่ 13 ต่อ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาว่า การกระทำผิดของจำเลยทั้งสิบสามเป็นความผิดหลายกรรมและให้นับโทษจำเลยที่ 7 ถึงจำเลยที่ 13 ต่อตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ตามทางพิจารณาที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่า

กัญชาที่จำเลยทั้งสิบสามมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็คือกัญชาทั้งหมดที่จำเลยทั้งสิบสามปลูกไว้ซึ่งถือว่า เป็นการผลิตตามกฎหมาย เป็นที่เห็นได้ว่ากัญชาที่จำเลยทั้งสิบสามมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้นเป็นผลที่เกิดจากการที่จำเลยทั้งสิบสามปลูกหรือผลิตกัญชานั่นเอง มิได้มีการทำอย่างใดอันมีลักษณะเป็นการกระทำให้ได้กัญชาดังกล่าวมาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายขึ้นอีก การกระทำของจำเลยทั้งสิบสามจึงเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทเท่านั้น อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนปัญหาการนับโทษต่อนั้นปรากฏว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 13 ยอมรับตามคำฟ้องและคำร้องของโจทก์แล้วทั้งสิ้น ศาลย่อมนับโทษจำเลยที่ 7 ถึงที่ 13 ต่อได้ตามคำฟ้องพิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยที่ 7 ถึงที่ 13 ต่อตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2532

กัญชาแห้งที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นกัญชาแห้งจำนวนเดียวกันกับกัญชาแห้งถุงใหญ่ที่จำเลยผลิตโดยการแบ่งบรรจุเป็นถุงเล็กเพื่อสะดวกในการจำหน่าย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4662/2529

จำเลยมีกัญชาจำนวน 1 ถุงหนัก 3,350 กรัมไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำเลยได้ขายกัญชาจำนวนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ดังนั้นกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงเป็นกัญชาจำนวนเดียวกับกัญชาที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3759/2527

จำเลยปลูกกัญชาจำนวน 10 ต้น กับมีกัญชาไว้ในความครอบครองจำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 1,100 กิโลกรัม โดยไม่ปรากฏว่ากัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองคือส่วนหนึ่งของผลผลิตซึ่งเกิดจากต้นกัญชาที่จำเลยปลูก จึงถือไม่ได้ว่าเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2541

จำเลยผลิตกัญชาโดยการเพาะปลูกต้นกัญชาประมาณ 400 ต้นและมีกัญชาแห้งหนัก 12 กิโลกรัม กับเมล็ดกัญชาแห้ง 1 ถุงหนัก 1 กิโลกรัม ไว้ในครอบครอง ดังนี้เห็นได้ว่าเฉพาะแต่ต้นกัญชาจำนวน 25 ต้น เท่านั้น ที่ถือว่าเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2537

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก,75 วรรคแรก และ 76 วรรคแรกลงโทษตามมาตรา 75 วรรคแรก อันเป็นบทหนัก ให้จำคุก 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้