Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับรายละเอียดของทรัพย์และจำนวนพร้อมทั้งราคาที่กล่าวหาว่าจำเลยเบียดบังเอาไปไว้ในคำฟ้องและบัญชีท้ายคำฟ้องครบถ้วนแล้ว จำนวนทรัพย์ตรงกัน คงมีแต่ราคาทรัพย์ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมียอดเงินที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่หาได้ทำให้ราคาทรัพย์แต่ละรายการที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยได้เบียดบังเอาไปแตกต่างไปจากคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องไม่ สำหรับคำขอให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์จำนวนต่ำกว่าราคาทรัพย์ตามคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้อง นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยที่ไม่ต้องใช้ราคาทรัพย์มากกว่าที่โจทก์ขอ ส่วนทรัพย์ตามคำฟ้องแต่ละจำนวนจะมีราคาเท่าใด ก็ปรากฏชัดแจ้งในคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอยู่แล้ว กรณีคืนทรัพย์ไม่ได้โดยต้องใช้ราคาทรัพย์นั้นก็คำนวณราคาจากทรัพย์ดังกล่าวได้ถือได้ว่าคำฟ้องโจทก์มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตาม ป.วิ.อ.มาตรา 158(5)แล้ว คำฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยได้รับแต่งตั้งจากการประปาส่วนภูมิภาคให้เป็นลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่พัสดุซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2522 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2523 มีหน้าที่จัดการและครอบครองทรัพย์สินของการประปาส่วนภูมิภาคคือมาตรวัดน้ำ ขนาดเศษ 3 ส่วน 4 นิ้ว หมายเลขพี.เอ็ม.24649 พี.เอ็ม.41154 พี.เอ็ม.51183 ราคาเครื่องละ 645 บาทซึ่งเก็บรักษาไว้ที่คลังพัสดุการประปาหาดใหญ่ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าววันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้เบียดบังเอามาตราวัดน้ำทั้ง 3 เครื่องดังกล่าวเป็นของจำเลยโดยทุจริต และเป็นการกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของการประปาส่วนภูมิภาค

ต่อมาจำเลยได้รับแต่งตั้งจากการประปาส่วนภูมิภาคให้เป็นพนักงานพัสดุการประปาหาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2523 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน2526 มีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์ต่าง ๆ ของการประปาส่วนภูมิภาคซึ่งเก็บรักษาไว้ที่คลังพัสดุการประปาหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 30พฤษภาคม 2523 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2526 เวลากลางวันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้เบียดบังเอาทรัพย์ดังต่อไปนี้เป็นของจำเลยโดยทุจริต คือมาตรวัดน้ำขนาดเศษ 3 ส่วน 4 นิ้วหมายเลข พี.เอ็ม.43032 ราคา 645 บาท ท่อและอุปกรณ์ประปา ราคา120,540 บาท น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำกลั่น ราคา 16,986.90 บาทครุภัณฑ์ ราคา 7,251 บาท ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับที่ 1 ถึง3 ตามลำดับ และมาตรวัดน้ำ 81 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 4 และ 12 รวมราคา 39,205 บาท

ระหว่างวันที่ 1 มกราคม2526 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2526 เวลากลางวันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยกับพวกได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ 10 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 5, 7, 8, และ 13 รวมราคา 5,146 บาท เป็นของจำเลยโดยทุจริต ระหว่างปลายปี 2525 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2526เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ 5 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 6 รวมราคา2,889 บาท (ที่ถูก 2,099) เป็นของจำเลยโดยทุจริตระหว่างวันที่1 กุมภาพันธ์ 2526 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2526 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ 1 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 9 ราคา 482 บาท เป็นของจำเลยโดยทุจริต

ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2526 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2526 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ 4 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 10 รวมราคา 1,928 บาท เป็นของจำเลยโดยทุจริต ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2526 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2526วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ 20 เครื่องตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 11 รวมราคา 9,640 บาท เป็นของจำเลยโดยทุจริต และระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2526 ถึงวันที่ 3มิถุนายน 2526 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ 1 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 14 ราคา482 บาท เป็นของจำเลยโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต

เหตุเกิดที่ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,151, 157, 352, 353, 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 7, 13 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 มาตรา 28 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยักยอก รวม 149,760.90 บาท แก่เจ้าของทรัพย์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ให้จำคุกมีกำหนด 6 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยักยอก 149,760.90 บาท แก่เจ้าของทรัพย์ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกายกข้อโต้เถียงปัญหาประการแรกว่า คำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับจำนวนหรือราคาทรัพย์ที่กล่าวหาว่าจำเลยยักยอกหรือเบียดบังเอาไปแตกต่างขัดกัน จำเลยไม่อาจเข้าใจและต่อสู้คดีได้ว่าทรัพย์รายการใดจำนวนเท่าใดและราคาคิดเป็นจำนวนเท่าใดที่กล่าวหาว่าจำเลยเบียดบังเอาไปและขอให้ใช้ราคา เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับรายละเอียดของทรัพย์และจำนวนทรัพย์พร้อมทั้งราคาที่กล่าวหาว่าจำเลยได้เบียดบังเอาไปไว้ในคำฟ้อง และบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องครบถ้วนแล้วจำนวนทรัพย์หาได้ขัดกันแต่อย่างใด ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาความผิดตามคำฟ้องได้ดีแล้ว คงมีแต่ราคาทรัพย์ตามคำฟ้องเมื่อรวมกันแล้วมียอดจำนวนเงินแตกต่างกับราคาทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องไปบ้างเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะโจทก์คำนวณราคาทรัพย์ตามคำฟ้องบางรายการผิดพลาดไปแล้วระบุไว้ในคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องเช่นนั้น

ดังเช่นตามคำฟ้องที่ระบุว่าจำเลยได้เบียดบังเอามาตรวัดน้ำ5 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 6 รวมราคา 2,889 บาทแต่เมื่อคำนวณราคามาตรวัดน้ำ 5 เครื่อง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 6 แล้วคงเป็นเงินเพียง 2,099 บาท เท่านั้น และตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอันดับที่ 6 ที่ระบุว่ารวมราคา 8,099 บาททั้งคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าวจึงเป็นจำนวนเงินที่คำนวณผิดพลาดไว้ ทำให้ยอดรวมราคาทรัพย์ตามคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องแตกต่างกันไปบ้าง แต่หาได้ทำให้ราคาทรัพย์แต่ละรายการที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยได้เบียดบังเอาไปแตกต่างไปจากคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องแต่อย่างใด สำหรับที่โจทก์ขอให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 149,760.90บาท แก่เจ้าทรัพย์ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าราคาทรัพย์ตามคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องนั้น

ก็นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยที่ไม่ต้องใช้ราคาทรัพย์มากกว่าที่โจทก์ขอส่วนทรัพย์ตามคำฟ้องแต่ละจำนวนจะมีราคาเท่าใดก็ปรากฏชัดแจ้งในคำฟ้องและบัญชีทรัพย์ท้ายคำฟ้องอยู่แล้ว กรณีคืนทรัพย์ไม่ได้โดยต้องใช้ราคาทรัพย์นั้นก็คำนวณราคาจากทรัพย์ดังกล่าวแล้วได้ ถือได้ว่าคำฟ้องโจทก์มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) คำฟ้องโจทก์จึงหาเคลือบคลุมไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2567

การกระทำความผิดฐานรับของโจรผู้กระทำไม่จำต้องรับทรัพย์ของกลางไว้ในความครอบครองของตนเอง เพียงแต่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2567

แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แต่ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ตราที่โจทก์ประทับใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2567

ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะตะเภา มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและอนุมัติเบิกจ่ายเงินในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้