Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6515/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมที่ดินพิพาทเป็นของป. และค. บุคคลทั้งสองขายที่ดินพิพาทให้แก่ส. และส.ได้ทำสัญญาไว้แก่ป. และค. ตกลงให้ป. และค. กับโจทก์ด้วยมีสิทธิซื้อคืนได้โดยไม่มีกำหนดเวลาต่อมาส. ถึงแก่กรรมตามสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงคำมั่นของส.และโจทก์ไม่ได้สนองรับคำมั่นยังส. ก่อนที่ส.ถึงแก่กรรมและเมื่อส. ถึงแก่กรรมลงโจทก์ก็ทราบแต่ยังตอบรับคำมั่นไปอีกโดยให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของส.ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา360ซึ่งมิให้นำบทบัญญัติมาตรา169วรรคสองมาใช้บังคับหากว่าก่อนจะสนองรับนั้นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายดังนี้คำมั่นว่าจะขายที่ดินพิพาทของส. ย่อมไม่มีผลบังคับจำเลยให้ต้องปฏิบัติตาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2517 นายสุจริต หิรัญกูลทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไว้กับนายประเทือง เล่าปิ่นกาญจน์ และนางคำกอง เล่าปิ่นกาญจน์โดยตกลงให้โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่6047 และ 6228 คืนได้ในราคา 60,000 บาท โดยไม่มีกำหนดเวลาต่อมานายสุจริตได้ถึงแก่กรรม และศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุจริตจำเลยทราบถึงสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2528 แต่จำเลยไม่คัดค้านหรือบอกล้างนิติกรรมและต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2535 โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 23 มกราคม 2535แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6047 และ 6228 ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยและให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์จำเลย ขาดนัด ยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาว่า เดิมที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของนายประเทืองเล่าปิ่นกาญจน์ และนางคำกอง เล่าปิ่นกาญจน์ บุคคลทั้งสองขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่นายสุจริต หิรัญกูล สามีจำเลยและนายสุจริตได้ทำสัญญาตามเอกสารหมาย จ.6 ไว้แก่นายประเทืองและนางคำกองตกลงให้นายประเทือง นางคำกอง กับพวกซึ่งมีโจทก์ด้วยรวม 5 คน มีสิทธิซื้อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงคืนได้ในราคา60,000 บาท โดยไม่มีกำหนดเวลา ภายหลังต่อมานายสุจริตถึงแก่กรรม จำเลยได้เป็นผู้จัดการมรดกของนายสุจริต โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยไปโอนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่โจทก์ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.6 มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.6 ที่ให้ผู้ซื้อทั้งห้าคนมีสิทธิซื้อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงคืนได้โดยไม่มีกำหนดเวลานั้นเป็นเพียงคำมั่นของนายสุจริตว่าจะให้โจทก์และผู้มีชื่อดังกล่าวซื้อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงคืนได้ในราคา 60,000 บาท โดยไม่มีกำหนดเวลา มิใช่เป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงแต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้สนองรับคำมั่นว่าจะทำการซื้อที่พิพาทไปยังนายสุจริตผู้ให้คำมั่นก่อนที่นายสุจริตถึงแก่กรรม และเมื่อนายสุจริตถึงแก่กรรมลง โจทก์ก็ทราบแต่โจทก์ยังตอบรับคำมั่นไปอีกโดยบอกกล่าวให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่โจทก์กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 360ซึ่งบัญญัติมิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 169 วรรคสอง

มาใช้บังคับ หากว่าขัดกับเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าก่อนจะสนองรับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ ดังนี้ คำมั่นจะขายที่ดินพิพาทของนายสุจริตย่อมไม่มีผลบังคับ จึงไม่ผูกพันจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุจริตให้ต้องปฏิบัติตาม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5602/2558

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก อ. และ อ. ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถึงแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และ อ. จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีผลให้การซื้อขา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15551/2553

ที่ดินพิพาทที่ซื้อขายกันเป็นที่ดินมือเปล่า (ภ.บ.ท.5) เจ้าของที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครอง เมื่อตามสัญญาระบุว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองแล้วในวันทำสัญญา โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2548

หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง แต่บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2548

โจทก์เป็นเจ้าของตึกแถวพิพาทโดยได้รับมรดกจาก ป. ซึ่ง ป. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาท กำหนดอายุสัญญาเช่า 15 ปี โดยมีข้อตกลงในสัญญาเช่าข้อ 11 ระบุว่า เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่าแล้วผู้ให้เช่าจะต่อสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9085/2547

การตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินระหว่างโจทก์กับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาซึ่งคู่สัญญาต่างโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้กันและกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 518 อันมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน ซึ่งมาตรา 519 ระบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้