Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6520/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทร่วมกัน เดิมโจทก์ให้บริษัทจำเลยใช้อาคารพิพาทประกอบการค้า ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาท แต่หลังจากนั้นจำเลยร่วมทั้งสองให้จำเลยเช่าอาคารพิพาท แม้การทำหนังสือสัญญาเช่าระหว่างจำเลยร่วมทั้งสองจำเลยดังกล่าวโจทก์จะไม่ทราบ แต่การให้เช่าอาคารพิพาทถือเป็นการจัดการธรรมดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1358 วรรคสอง ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของรวมและนอกจากจะไม่เสียหายแล้วกลับมีประโยชน์ยิ่งกว่า เพราะเดิมโจทก์เพียงให้จำเลยอาศัยโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จำเลยร่วมทั้งสองให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทโดยคิดค่าเช่า กรณีไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินในทางขัดต่อสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะไม่ตกลงยินยอมด้วยก็ตามแต่จำเลยร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของรวมย่อมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินได้เช่นกันจึงมีสิทธิทำสัญญาให้จำเลยเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาท และส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 310,000 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาทและส่งมอบอาคารพิพาทแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณา นายวิรุฬที่ 1 และนายประวิทย์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาท และส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 6,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 16 มิถุนายน 2543) จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาทและส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย คำขออื่นให้ยก ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองร่วมกันสร้างอาคารพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า โดยโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทจำเลยขึ้น มีโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองเป็นกรรมการ โดยมีเจตนาที่จะให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินการเก็บค่าเช่าจากผู้ที่มาเช่าห้องพักในอาคารพิพาทแทนเจ้าของรวม และให้จำเลยตั้งสำนักงานอยู่ในอาคารพิพาทโดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองมีกรณีพิพาทกันถึงขั้นแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อกันและจำเลยร่วมทั้งสองได้ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจำเลย ลงมติปลดโจทก์ออกจากกรรมการของจำเลย เมื่อโจทก์ทราบเรื่องว่าถูกปลดจากการเป็นกรรมการของจำเลยจึงได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาท

จำเลยร่วมทั้งสองผู้เป็นเจ้าของรวมจึงทำหนังสือสัญญาเช่าให้จำเลยเช่าอาคารพิพาท ดังนี้ แม้การทำหนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวจะได้กระทำไปโดยโจทก์ไม่ทราบ แต่การให้เช่าอาคารพิพาทก็ถือเป็นการจัดการธรรมดาและเป็นไปตามเจตนาเดิมของโจทก์กับจำเลยทั้งสองที่ร่วมกันก่อสร้างอาคารพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า อันตรงตามวัตถุประสงค์แห่งเจ้าของรวม นอกจากจะไม่เสียหายแล้วยังกลับจะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นกว่า เพราะเดิมโจทก์เพียงแต่ทำหนังสือสัญญาให้จำเลยอาศัยอยู่ในอาคารพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จำเลยร่วมทั้งสองกลับให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทโดยคิดค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท การที่จำเลยร่วมทั้งสองได้ทำหนังสือสัญญาเช่าให้จำเลยเช่าในอาคารพิพาท จึงไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินในทางขัดต่อสิทธิของโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าของรวมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง แม้ว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมจะไม่ตกลงยินยอมด้วยก็ตาม แต่จำเลยร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของรวมย่อมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินได้เช่นกัน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัชลิต ละเอียด · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายภคเชษ มีพันลม
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2567

ป.พ.พ. มาตรา 1566 และมาตรา 1574 ให้อำนาจผู้ใช้อำนาจปกครองทำนิติกรรมใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้เว้นแต่นิติกรรมบางประเภทผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9009/2552

ส. เป็นเจ้าของรวมในที่ดินที่เช่าและการให้เช่าที่ดินเป็นการจัดการตามธรรมดาเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ตามสภาพปกติของทรัพย์สินซึ่งเจ้าของรวมคนหนึ่งมีสิทธิจัดการได้เสมอแต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2551

การจัดการทรัพย์สินตามธรรมดาเพื่อรักษาทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1358 วรรคสอง เจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งมีสิทธิจัดการได้เสมอโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่นก่อน แต่การที่ ส. เจ้าของรวมคนหนึ่งให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5184/2546

โจทก์ จำเลยที่ 2 และธ . ทำกำแพงพิพาทเป็นรั้วยาวตลอดแนวเขตด้านทิศตะวันตกของที่ดินแปลงใหญ่ที่ถือกรรมสิทธิ์รวมกัน เพื่อปิดกั้นมิให้บุคคลภายนอกและที่ดินแปลงอื่นทางด้านทิศตะวันตกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่ดิน แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2537

ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและบุคคลอื่นถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทร่วมกัน ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1358 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกันและเจ้าของรวมคนอื่นมีสิทธิใช้ทร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้