Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65781)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ประกอบมาตรา 247 แต่จำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองมีหน้าที่เพียงแต่วางเงินค่าขึ้นศาลตามที่กฎหมายกำหนด การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงเป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดี และให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสอง แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 21,501,116.21บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 15,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 กรกฎาคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศของโจทก์ให้คิดอัตราตามประกาศฉบับใหม่ แต่ไม่ให้เกินอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปี ฯลฯ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 136) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเป็นกรณีที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วันจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการดังกล่าว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา(อันดับ 138) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยทั้งสอง ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จึงไม่มีเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยทั้งสองต้องนำมาวาง และไม่มีเงินตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่จำเลยทั้งสองต้องนำมาชำระหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล พร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จึงให้รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา พิเคราะห์แล้ว ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดังกล่าวข้างต้น ไม่ปรากฏว่ามีเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4ที่จำเลยทั้งสองต้องนำมาวางศาลพร้อมฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 ประกอบมาตรา 247 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาเพราะเหตุจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 73/2545ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชนโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด มุกดาหารอุตสาหกรรม กับพวกจำเลยนาย ไพฑูรย์ เจียมเจริญกุล ทนายจำเลยทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 229, ม. 234, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า

จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ประกอบมาตรา 247 แต่จำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า

จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองมีหน้าที่เพียงแต่วางเงินค่าขึ้นศาลตามที่กฎหมายกำหนด การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงเป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดี และให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสอง แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 21,501,116.21บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 15,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 กรกฎาคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ทั้งนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศของโจทก์ให้คิดอัตราตามประกาศฉบับใหม่ แต่ไม่ให้เกินอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปี ฯลฯ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 136) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเป็นกรณีที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วันจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการดังกล่าว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา(อันดับ 138) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยทั้งสอง ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จึงไม่มีเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยทั้งสองต้องนำมาวาง และไม่มีเงินตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่จำเลยทั้งสองต้องนำมาชำระหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล พร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จึงให้รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา พิเคราะห์แล้ว ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดังกล่าวข้างต้น ไม่ปรากฏว่ามีเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4ที่จำเลยทั้งสองต้องนำมาวางศาลพร้อมฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 ประกอบมาตรา 247 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาเพราะเหตุจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ศุภชัย ภู่งาม · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2540

การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเพราะเหตุว่าอุทธรณ์ของจำเลยยื่นต่อศาลชั้นต้นโดยไม่วางเงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าธรรมเนียมใช้แก่โจทก์เป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7787/2560

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องขอขัดทรัพย์ของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำนวน 3,000 บาท เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ผู้ร้องขัดทรัพย์จะต้องนำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8805/2558

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 5 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 5 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของโจทก์ จำเลยที่ 5 จึงต้องนำเงินค่าทนายความตามคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้