Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65814)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว แต่เนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกามีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยจ่ายในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นการเกินคำขอ ส่วนอำนาจที่พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับเพื่อความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 เป็นอำนาจของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นเท่านั้น มิได้ให้อำนาจศาลฎีกาที่จะสั่งเกินคำขอได้ ขอศาลฎีกาโปรดแก้คำพิพากษาที่ผิดพลาดหรือผิดหลงดังกล่าวต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่ยังมิได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสี่สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10,200 บาท 8,500 บาท 10,200 บาท และ 8,500 บาท ค่าชดเชย 81,600 บาท 25,499 บาท 81,200 บาท และ 25,499 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม61,200 บาท 12,000 บาท 61,200 บาท และ 17,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสี่ตามลำดับและจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ทั้งสี่คนละ 3,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคน ฯลฯ จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยในส่วนค่าจ้างค้างจ่าย และค่าชดเชยร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์ทั้งสี่ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง จำเลยทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำพิพากษาศาลฎีการะบุชัดเจนว่า เพื่อความเป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ทั้งนี้โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ศาลฎีกาพิพากษาดังกล่าวผิดพลาดหรือหลงผิด ถือได้ว่าจำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลฎีกาซึ่งถึงที่สุดไปแล้ว จึงไม่อาจจะกระทำได้ ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 129 - 132/2545นาย ทองอ่อน พวกซื่อโจทก์บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.โฮโกกุ จำกัดจำเลยบริษัท เอ็ม.ซี.เอส.โฮโกกุ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 52ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว แต่เนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกามีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยจ่ายในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นการเกินคำขอ ส่วนอำนาจที่พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับเพื่อความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 เป็นอำนาจของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นเท่านั้น มิได้ให้อำนาจศาลฎีกาที่จะสั่งเกินคำขอได้ ขอศาลฎีกาโปรดแก้คำพิพากษาที่ผิดพลาดหรือผิดหลงดังกล่าวต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่ยังมิได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสี่สำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10,200 บาท 8,500 บาท 10,200 บาท และ 8,500 บาท ค่าชดเชย 81,600 บาท 25,499 บาท 81,200 บาท และ 25,499 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม61,200 บาท 12,000 บาท 61,200 บาท และ 17,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสี่ตามลำดับและจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ทั้งสี่คนละ 3,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคน ฯลฯ

จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยในส่วนค่าจ้างค้างจ่าย และค่าชดเชยร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์ทั้งสี่ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง จำเลยทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำพิพากษาศาลฎีการะบุชัดเจนว่า เพื่อความเป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ทั้งนี้โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ศาลฎีกาพิพากษาดังกล่าวผิดพลาดหรือหลงผิด ถือได้ว่าจำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลฎีกาซึ่งถึงที่สุดไปแล้ว จึงไม่อาจจะกระทำได้ ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูนศักดิ์ จงกลนี · กมล เพียรพิทักษ์ · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 76 บัญญัติว่า "ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน ไม่ว่าระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706474)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์คุ้มครองนายจ้างที่ประสบเหตุการณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้างอย่างรุนแรงจนถึงขั้นนายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712234)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์คุ้มครองนายจ้างที่ประสบเหตุการณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้างอย่างรุนแรงจนถึงขั้นนายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2566

คำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ผิดสัญญาจ้างแรงงานและกระทำละเมิดต่อโจทก์มาด้วย การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้