Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65825)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย โดยให้เหตุผลว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 บัญญัติว่า คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุด ดังนี้จำเลยยื่นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่ได้ ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาล จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ไม่ได้ห้ามคู่ความฎีกา เพียงแต่บัญญัติว่าคดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นควรรับฎีกาแล้วส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีถึงที่สุดหรือไม่ และการที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวเกี่ยวกับทุนทรัพย์ว่าควรกำหนดเท่าใดในชั้นอุทธรณ์เพราะจำเลยเห็นว่าคดีนี้ไม่มีทุนทรัพย์และหากมีทุนทรัพย์แต่ศาลมิได้ตีราคาทุนทรัพย์ จึงทำให้คดีของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์ทำให้จำเลยเสียหายเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 156) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับชำระเงินจากโจทก์จำนวน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2533 ไปจนกว่าจะชำระแก่จำเลยเสร็จสิ้น และเมื่อจำเลยได้รับชำระหนี้ดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ให้จำเลยเวนคืนสัญญากู้ยืมเงิน เอกสารหมาย ล.1 และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1388ตำบลห้วยทรายเหนืออำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี แก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 147) จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 148) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 150) คำสั่ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 177/2545นาง ย้อย พรมเชื้อโจทก์นาง เรณู จ้านซุ่นหลีหรือสุวนันท์จำเลยนาง เรณู จ้านซุ่นหลีหรือสุวนันท์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย โดยให้เหตุผลว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 บัญญัติว่า คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุด ดังนี้จำเลยยื่นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่ได้ ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาล จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ไม่ได้ห้ามคู่ความฎีกา เพียงแต่บัญญัติว่าคดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นควรรับฎีกาแล้วส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีถึงที่สุดหรือไม่ และการที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวเกี่ยวกับทุนทรัพย์ว่าควรกำหนดเท่าใดในชั้นอุทธรณ์เพราะจำเลยเห็นว่าคดีนี้ไม่มีทุนทรัพย์และหากมีทุนทรัพย์แต่ศาลมิได้ตีราคาทุนทรัพย์ จึงทำให้คดีของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์ทำให้จำเลยเสียหายเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 156) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับชำระเงินจากโจทก์จำนวน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2533 ไปจนกว่าจะชำระแก่จำเลยเสร็จสิ้น และเมื่อจำเลยได้รับชำระหนี้ดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ให้จำเลยเวนคืนสัญญากู้ยืมเงิน เอกสารหมาย ล.1 และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1388ตำบลห้วยทรายเหนืออำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี แก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 147)

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 148) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 150) คำสั่ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเทพ เจตนาการณ์กุล · ปัญญา ถนอมรอด · วรนาถ ภูมิถาวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8717/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4439/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1582/2556

คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 อันจะเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 นั้น หมายความว่า คำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ฝากขาย คือ 150,000 บาท เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2554

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต คือวันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้