Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65841)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ยกคำร้อง โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์เฉพาะเนื้อหาสาระในอุทธรณ์เท่านั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา จึงไม่ถูกต้อง โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 572(ที่ถูกโฉนดที่ดินเลขที่ 25578) ตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น และเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 25578 ตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท และจำเลยทั้งสองต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท แม้โจทก์มีคำขอเพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองด้วย ก็เป็นเพียงคำขอไม่มีผลให้คดีโจทก์กลายเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ไปได้ ดังนั้นเมื่อราคาที่ดินพิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและการพิจารณาว่า คดีมีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่เป็นอำนาจของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นโดยเฉพาะ เมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้ว ย่อมไม่มีเหตุจะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาได้ และโจทก์จะขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงอีกมิได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 60) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 247/2545นาง นวลจันทร์ จันทนะมนตรีโจทก์นาย พิทักษ์ สุระภักดี กับพวกจำเลยนาง นวลจันทร์ จันทนะมนตรี โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ยกคำร้อง โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่มีทุนทรัพย์นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์เฉพาะเนื้อหาสาระในอุทธรณ์เท่านั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา จึงไม่ถูกต้อง โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์

น.ส.3 ก. เลขที่ 572(ที่ถูกโฉนดที่ดินเลขที่ 25578) ตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น และเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 25578 ตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท และจำเลยทั้งสองต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท แม้โจทก์มีคำขอเพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองด้วย ก็เป็นเพียงคำขอไม่มีผลให้คดีโจทก์กลายเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ไปได้

ดังนั้นเมื่อราคาที่ดินพิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและการพิจารณาว่า คดีมีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่เป็นอำนาจของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นโดยเฉพาะ เมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้ว ย่อมไม่มีเหตุจะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาได้ และโจทก์จะขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงอีกมิได้ ให้ยกคำร้อง

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 60) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยศ นิสภัครกุล · สุเมธ ตังคจิวางกูร · เรวัตร อิศราภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4439/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8717/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1582/2556

คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 อันจะเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 นั้น หมายความว่า คำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ฝากขาย คือ 150,000 บาท เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046/2554

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต คือวันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้