Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีที่เจ้าของที่ดินที่ถูกตัดถนนกับเจ้าพนักงานกำหนดราคาที่ดินไม่ตกลงกันนั้น ฝ่ายใดกำหนดราคาไกลจากคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ+นั้นต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ +ผู้ชี้ขาด และในกรณีเช่นนี้ถ้าหากผู้ชี้ขาดไม่ได้กำหนดค่าธรรมเนียมไว้ ศาลย่อมมีอำนาจให้ตามพอสมควรได้ อำนาจฟ้อง +เรื่องตั้งอนุญาโตตุลาการ +ผู้ชี้ขาดกำหนดราคาที่ดินเมื่อฝ่ายเจ้าพนักงานต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมเจ้าของดินย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าธรรมเนียมสำหรับอนุญาโตตุลาการแลผู้ชี้ขาดได้ ป.พ.พ.ม.576 จ้างแรงงาน +นอกสัญญาผู้ที่ไม่ใช่คู่สัญญาย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดี อ้างฎีกาที่ 912/2471 ที่ 1150/2468 ที่ 605/123

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าที่ดินของโจทก์ถูกตัดถนนตามพระราชกฤษฎีกา จำเลยมีหน้าที่เป็นผู้จัดซื้อ ไม่เป็นที่ตกลงราคากันได้ เพราะโจทก์จะคิดเอาตารางวาละ 240 บาทจำเลยจะคิดให้เพียง 80 บาทเศษ โจทก์จึงตั้งพระยาปรีดา ฯจำเลยตั้งพระยาสัจจาฯเป็นอนุญาโตตุลากร ๆกำหนดราคาที่ดินผิดกันเป็นจำนวนทั้งสิ้น 8515 บาทอนุญาโตตุลาการจึงตั้งให้พระยามโหสถฯเป็นผู้ชี้ขาด ๆ ทำคำชี้ขาดว่าที่ดินของโจทก์ควรให้ราคาตารางวาละ 185 บาทท้ายคำชีขาดว่าให้เจ้าพนักงานผู้รับซื้อเสียค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการแทนโจทก์และค่าธรรมเนียมสำหรรับผู้ชี้ขาดอีก 500 บาท จำเลยไม่ยอมเสียค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการแลค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาด โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยโดยโจทก์เสียค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ 2,000 บาท

ค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาด 500 บาท จำเลยต่อสู้ว่า 1.การตั้งอนุญาโตตุลการและผู้ชี้ขาดไม่ได้ให้อำนาจวินิจฉัยถึงค่าธรรมเนียมทั้งสองประการ 2. คำชี้ขาดไม่ได้ระบุค่าธรรมเนียมไว้ โจทก์เรียกเอาตามชอบใจ โจทก์จำเลยควรต่างคนต่างเสีย ค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาดโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลแพ่งว่าผู้ชี้ขาดมีอำนาจเต็มที่ที่จะสั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการและค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาด ส่วนค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการนั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์จะไปขอให้ผู้ชี้ขาดกำหนดมา จะมาฟ้องร้องขอให้ศาลรับภาระแทนผู้ชี้ขาดไม่ได้ และในเรื่องค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาดโจทก์ไม่มีสิทธิจะเอาคดีของผู้ชี้ขาดมาฟ้องแทน ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามความในมาตรา 3. ข้อ 6 ตอน 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาตอนท้ายที่ว่า "ถ้าหากจะมีการใช้จ่ายหรือเสียค่าธรรมเนียมเนื่องในการนี้ฝ่ายใดกำหนดราคาค่าทดแทนไกลจากคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแล้ว ให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้เสีย ถ้าก้ำกึ่งกันให้เสียฝ่ายละกึ่งนั้นใช้ได้ไม่ฉะเพาะกรณีที่ศาลเป็นผู้ตั้งอนุญาโตตุลาการ ส่วนใครจะเป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการหาใช่เป็นหน้าที่ของศาลจะวินิจฉัยในชั้นต้นไม่ แลเรื่องค่าธรรมเนียมนี้จำเลยไม่ได้เถียงในจำนวนมากน้อยเป็นแต่เถียงว่าไม่มีหน้าที่จะต้องเสียเลยเป็นการเถียงฝืนพระราชกฤษฎีกาและคำชี้ขาด ซึ่งผู้ชี้ขาดได้กระทำไปตามหน้าที่ไม่เป็นการทำนอกเหนืออำนาจอย่างไร โจทก์ไมใช่เป็นผู้ตั้งผู้ชี้ขาด

เมื่อผู้ชี้ขาดทำหน้าที่เสร็จแล้ว โจทก์ก็ย่อมไม่มีทางที่จะไปขอให้ผู้ชี้ขาดกำหนดค่าธรรมเนียมให้ได้ แต่ตามวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.112 ว่า ค่าธรรมเนียมอนุญาตโตตุลาการถ้ามิได้กำหนดกันมา ศาลกำหนดให้ตามสมควร ม.113 บัญญัติต่อไปว่า อนุญาโตตุลาการที่คู่กรณีตั้งกันเองก็ให้บังคับตามมาตรานี้ด้วยฟ้องของโจทก์ก็ขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาตโตตุลาการ ฉะนั้นศาลย่อมกำหนดให้ได้ ค่าธรรมเนียมอนญาโตตุลการนี้โจทก์ควรได้เพียงใดนั้น ควรเทียบตามค่าธรรมเนียมคำชี้ขาด ซึ่งจำเลยไม่คัดค้าน ว่าเป็นการเกินสมควร ค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาดนี้คิดประมาณร้อยละ 6 ของจำนวนเงิน 8,515 บาท ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการจึงควรให้ร้อยละ 6 ของจำนวนเงิน 20,629 บาท ที่อนุญาโตตุลาการกำหนดผิดกันจึงเป็นเงินประมาณ 1,236 บาท

จำเลยยังเถียงต่อไปว่าตามจดหมายของพระยาปรีดา ฯ ที่ว่าเงินบำเหน็จรางวัสสุดท้ายแล้วแต่โจทก์จะให้นั้น แสดงว่าไม่ใช่ค่าจ้างแรงงานนั้น เห็นว่าค่าจ้างแรงงานตามมาตรา 576 เป็นที่เข้าใจว่าจะต้องให้กัน ถ้าพฤตติการณ์ไม่พึงคาดหมายได้ว่าทำให้เปล่า คดีนี้โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการและค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาดได้ตามวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.113 ถ้าโจทก์ฟ้องไม่ได้แล้วพระยาปรีดา พระยามโหสถ ฯ ก็ฟ้องไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นคนนอกสัญญา

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ 1,236 บาท สำหรับพระยาปรีดาและค่าธรรมเนียมผู้ชี้ขาด 500 บาทสำหรับพระยามโหสถฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · มนธา · พลางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้