คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องแทนนายแสวงกับพวกบุตรขอแบ่งมฤดกของมารดาซึ่งเป็นภรรยาจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง นายแสวงโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยบิดาและมารดาโจทก์ต่างไม่มีสินเดิมมาอยู่กินด้วยกันเลย ส่วนในปัญหาเรื่องอายุความ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า จำเลยปกครองมฤดกรายนี้ไว้แทนโจทก์กับพวก ซึ่งจำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านความข้อนี้ เป็นแต่ต่อสู้ว่าการที่จำเลยขับไล่โจทก์ออกจากบ้านไปนั้น หาทำให้อายุความสดุดหยุดลงไม่ ศาลฎีกาคงฟังว่า จำเลยปกครองแทนจำเลยจะได้ขับไล่โจทก์และผู้ร้องไปจากบ้านหรือไม่ก็ตามจะเอาอายุความมฤดกมาตัดหาได้ไม่ กรณีต้องด้วย ป.ม.แพ่งฯ ม.๑๗๔๘ ส่วนในข้อที่โจทก์ฎีกาคัดค้านในข้อที่ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้โจทก์แก้จำนวนทุนทรัพย์ให้สูงขึ้นนั้นศาลฎีกาเห็นว่า
ทุนทรัพย์ที่โจทก์จำต้องตีราคามานั้นก็เพื่อจะได้คิดค่าธรรมเนียมศาลในขณะที่ฟ้อง ครั้นต่อมาเมื่อราคาทรัพย์เพิ่มขึ้น ศาลก็พิพากษาให้โจทก์ได้รับเต็มตามส่วนที่โจทก์ควรได้รับได้ แม้จะเกินราคาที่โจทก์ตี และหาเป็นการเกินคำขอตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๔๒ ไม่ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า โฉนดมีชื่อจำเลยและเจ้ามฤดกร่วมกัน ต้องถือว่าเป็นส่วนคนละครึ่งตามกฎหมายที่ดินนั้น เห็นว่าต้องถือส่วนในฐานะเป็นสามีภริยา และแบ่งกันตามกฎหมายผัวเมียจึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษาให้แบ่ง ๓ ส่วนตกได้แก่จำเลย ๒ ส่วน อีกส่วนหนึ่งเป็นมฤดก แบ่งเป็น ๗ ส่วน ได้แก่นายแสวงส่วนหนึ่งเท่าที่ขอมา ได้แก่นายสวัสดิ์ส่วนหนึ่ง