Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดในฐานะที่โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิตาม ป.พ.พ.มาตรา 880 สิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไป ฉะนั้น โจทก์จะคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันทำละเมิดเสมือนเป็นผู้เสียหายที่ถูกละเมิดโดยตรงมิได้ เมื่อโจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนแต่ละจำนวนไปในวันใดโจทก์ชอบที่จะคิดดอกเบี้ยในจำนวนค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวนับแต่วันนั้นเป็นต้นไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และกระทำในทางการที่จ้าง ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๓ ได้รับประกันภัยไว้โดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย โจทก์ได้เสียค่าซ่อมแซมรถยนต์ดังกล่าวไปแล้ว ๖๒,๐๕๗ บาท เมื่อคิดดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๔,๔๕๙ บาท ขอศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๖๖,๕๑๖ บาทแก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๖๒,๐๕๗ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมิใช่ความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิดสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของจำเลยที่ ๑ แต่ฝ่ายเดียว จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขณะเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า มีปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิจะเรียกดอกเบี้ยได้นับตั้งแต่เมื่อใด คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดในฐานะที่โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิสิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไป ฉะนั้นโจทก์จะคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันทำละเมิดเสมือนเป็นผู้เสียหายที่ถูกทำละเมิดโดยตรงมิได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ได้จ่ายค่าลากรถทั้งสองคันจำนวน ๒,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ และจำนวน ๓,๐๐๐ บาท

เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๔ จ่ายค่าซ่อมรถทั้งสองคัน จำนวน ๑๖,๕๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๒๓ และจำนวน ๒๓,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ จ่ายค่าเครื่องอะไหล่จำนวน ๑๗,๔๖๓ บาท เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๒๔ และจ่ายค่าขนส่งเครื่องอะไหล่ดังกล่าวจำนวน ๙๔ บาท เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๔ ย่อมถือได้ว่า โจทก์ได้รับช่วงสิทธิมาในวันดังกล่าวแล้ว โจทก์ชอบที่จะคิดดอกเบี้ยในจำนวนค่าสินไหมทดแทนนับแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๖๒,๐๕๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินแต่ละจำนวนนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้จ่ายเงินจำนวนนั้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ ให้จำเลยทั้งสามเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสามศาลรวม ๓,๕๐๐ บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอนุกิจ สิงหโชติสุขแพทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6164/2533

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ลูกจ้างได้ขับรถยนต์รับจ้างไปในทางการที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ว่าจ้าง เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันคำว่า "ผลประโยชน์ร่วมกัน" หมายถึง ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ไม่ได้หมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5689/2561

ดอกเบี้ยจากค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 206 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามวินิจฉัยข้างต้นว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิคิดค่าเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4304/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตอกเสาเข็มในโครงการบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารพิพาทของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2549

การที่จำเลยยื่นคำขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรโดยอ้างว่าเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าส่งออก ซึ่งเป็นความเท็จ จนได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากรในรูปบัตรภาษีไปจากโจทก์นั้น เป็นการจงใจกระทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 266314)

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีผลประกอบการที่ดีและมีกำไรมาโดยตลอด แต่ต่อมาเมื่อกลางปี 2540 โจทก์เกิดขาดสภาพคล่องกะทันหันจนถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเมื่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้